หรือไม่?”
“ระหว่างทางไม่มีปัญหาอะไร ยังดี” พวกเขายิ้มตอบ
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “พักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะอธิบายเรื่องราวให้พวกท่านฟังคร่าวๆ”
ด้วยเหตุนี้ทุกคนล้วนนั่งล้อมกองไฟใต้ต้นไม้ มองเธอ แล้วรอให้เธอพูด
“ในเมื่อทุกคนมาถึงแล้ว ข้าตั้งใจว่าจะเริ่มลงมือวันพรุ่งนี้ อย่ากระโตกกระตาก ต้องอาศัยการลอบสังหารเป็นหลัก ขอเพียงคนที่กุมอำนาจในจักรวรรดินทีแดงตาย จักรวรรดินทีแดงก็จะล่มสลาย เมื่อถึงตอนนั้น พวกเขาดูแลตนเองยังไม่รอดด้วยซ้ำ ย่อมไม่มีเวลาไปต่อกรกับจักรวรรดิเซวียนหยวนอีก”
หลังจากนั้น เฟิ่งจิ่วก็อธิบายแผนการให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด แล้วถามว่า “จำไว้หมดหรือยัง?”
“จำไว้แล้วขอรับ” ทุกคนรับคำ น้ำเสียงฮึกเหิมทรงพลัง
“ดีมาก กินอะไรหน่อยแล้วรีบพักผ่อนเถิด!” เธอพยักหน้า ให้เหลิ่งหวากับเหลิ่งซวงแบ่งเนื้อที่ย่างเสร็จแล้วให้ทุกคน ส่วนเธอลุกออกมา แล้วเดินสำรวจรอบๆ
เห็นอย่างนั้น กวนสีหลิ่นเดินตามไป “เสี่ยวจิ่ว เรื่องที่พวกเรามาถึงที่นี่แล้ว เจ้าได้บอกโม่เจ๋อหรือยัง?”
เฟิ่งจิ่วหันกลับไป ยิ้มบอกว่า “เขาน่าจะรู้ว่าพวกเรามาที่แปดจักรวรรดิใหญ่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าพวกเรามาที่จักรวรรดินทีแดง” เธอตั้งใจจะทำให้เขาประหลาดใจ ด้วยการช่วยเขาแก้ไขปัญหาเหล่านี้
ได้ยินอย่างนั้น กวนสีหลิ่นส่ายหน้า ยิ้มบอกว่า “อย่างนั้นตอนนี้เขาคงกำลังเป็นห่วงเจ้าอยู่ เขาไม่รู้ว่าพลังของเจ้าทะลวงขั้นถึงระดับปราชญ์เซียนขั้นสูงสุดแล้ว ข้าเดาว่า