จกับความคืบหน้าในการทะลวงขั้นของเจ้านายของพวกมันอีก
ขณะเดียวกันข้างนอก กวนสีหลิ่นกับเฟิ่งเซียวฝึกฝนองครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่ง เพื่อช่วยให้พวกเขาพัฒนาพลัง ไม่เห็นเฟิ่งจิ่วนานถึงครึ่งเดือน พวกเขาก็ไม่ได้ไปรบกวน เพราะเฟิ่งจิ่วกำชับไว้แล้ว หากเธอไม่ออกมา ใครก็ห้ามไปรบกวนเธอ
กอปรกับ เรือนที่เธออาศัยอยู่ร่ายเขตอาคมและค่ายกลไว้ พวกเขาอยากเข้าไปก็เข้าไปไม่ได้อยู่ดี
บางทีอาจเพราะการจากไปของสหายและคนในครอบครัว ทำให้พวกเขามีเป้าหมายเดียวกัน แม้การฝึกฝนจะยากลำบากอีกแค่ไหน เหล่าองครักษ์ก็ไม่เคยบ่นลำบาก
พวกเขาฝึกฝนเพิ่มความแข็งแกร่งทุกคืนวัน ผ่านไปวันแล้ววันเล่า ภายใต้การช่วยเหลือของยา พลังของพวกเขาแต่ละคนล้วนพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทว่าหนึ่งเดือนผ่านไป สามเดือนผ่านไป พริบตาเดียวผ่านไปถึงหกเดือน พลังต่อสู้และระดับพลังขององครักษ์แต่ละคนล้วนพัฒนาขึ้นสองระดับ
เพียงแต่ ฝึกฝนอย่างยากลำบากมาครึ่งปี ยามนี้ กลับยังคงไม่เห็นนายท่านของพวกเขาออกมา ทำให้พวกเขาเริ่มกังวลขึ้นมา
“นายท่านเก็บตัวมาก็ครึ่งปีแล้ว? นานขนาดนี้ก็ยังไม่ออกมา คงไม่ได้เป็นอะไรกระมัง?”
“พูดอะไรของเจ้า? นายท่านเก็บตัวจะเป็นอะไรได้อย่างไรกัน?”
“แต่นี่ก็นานมากแล้ว อีกทั้งยังไม่ได้ยินเสียงตอนทะลวงขั้นด้วย! อีกอย่าง ใช่ว่าไม่เคยมีผู้ฝึกตนที่ตายตกระหว่างทะลวงขั้น…โอ๊ย! เจ้าตีข้าทำไม!”
องครักษ์นายนั้นลูบหัว หันไปมองกลับพบว่าเป็นหัวหน้าของพวกเขา ก็ร