นสิ่งมีชีวิตรอบกายยามทะลวงขั้น แต่ผ่านการฝึกฝนควบคุมมานานขาดนี้แล้ว ตอนนี้เธอควบคุมเม็ดบัวเขียวในท้องได้เป็นอย่างดี กลับไม่ต้องกังวลว่าเม็ดบัวเขียวจะดูดกลืนยาทิพย์และกลิ่นอายพลังวิญญาณในห้วงมิติอีก
“ข้างในนี้จะมีสายอัสนีบาตหรือไม่? ผืนฟ้าแผ่นดินในนี้ จะรับไหวไหมนะ?” เธอพึมพำเบาๆ ในใจมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
ในเมื่อไม่รู้ เหตุใดจึงไม่ลองดูเล่า? หากทำได้ เช่นนั้นภายหน้าหากเธอจะทะลวงขั้น ก็เข้ามาในนี้ได้ ฝึกวรยุทธ์และทะลวงขั้นในนี้ มีประโยชน์ต่อพัฒนาการพลังของเธอมากกว่าไม่ใช่หรือ?
แม้สุดท้ายจะล้มเหลว อย่างมากเธอก็เพียงพลาดโอกาสในการทะลวงขั้นครั้งนี้ไป เวลาผ่านไปอีกสักหน่อยก็ทะลวงขั้นอีกครั้งได้แล้ว ในเมื่อไม่มีอันตรายถึงชีวิต แล้วเหตุใดเธอจะลองไม่ได้?
ครั้นตัดสินใจ เธอก็สูดหายใจลึกๆ แล้วหลับตาช้าๆ การทะลวงขั้นครั้งนี้ เธอไม่คิดจะกินยาช่วย เธอรู้ว่ายิ่งพลังสูงก็จะยิ่งทะลวงขั้นได้ยากขึ้น โดยเฉพาะ ผู้ฝึกตนส่วนมากที่ถึงระดับเซียนเหินแล้วล้วนเป็นผู้เฒ่าอายุร้อยปีขึ้นไป จากอายุของเธอ หากสามารถทะลวงขึ้นถึงระดับเซียนเหินได้ เช่นนั้นก็ต้องมีโอกาสทะลวงขั้นสูงขึ้นอีกแน่นอน!
สองมือของเธอวางลงบนตัก ฝ่ามือหงายขึ้น ค่อยๆ ผ่อนคลายร่างกาย ในใจตั้งมั่นในความเชื่อ เธอลบความคิดฟุ้งซ่านออกไป สงบจิตใจและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้าและผืนดิน…
กลิ่นอายพลังวิญญาณบริสุทธิ์ขุมหนึ่งกระจายรอบตัวเธอ ดุจวิญญาณพิส