พื้น
เฟิ่งจิ่วลากเขาเข้าไปในมุม ก่อนจะไหวกายไปข้างหน้า ไม่รู้ว่าคนในตลาดมืดมั่นใจเกินไปหรือคิดว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาในตลาดมืดตอนกลางคืน นอกจากทหารที่เฝ้ายามอยู่ข้างหน้า เรือนที่พักตรงนี้เรียกได้ว่าแทบไม่เห็นทหารเลยสักคน
ก็จริง คนที่พักอยู่ในเรือนข้างในนี้ได้ มีใครบ้างไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งระดับหลอมแก่นพลังขึ้นไป? แม้แต่ผู้ดูแลซุนนั่นก็ยังเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้อาวุโสสองคนนั้น
เธอเก็บซ่อนกลิ่นอาย แล้วไหลกายเข้าไปในเรือนผ่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ เธอไม่ได้เดินตรงไปที่เตียง แต่กลับนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างจากเตียงมาก แล้วเคาะนิ้วกับที่พักแขนเก้าอี้ด้วยท่าทางไม่ยี่หระ
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก…”
ท่ามกลางค่ำคืนเงียบสงบ เสียงเคาะนั้นชัดเจนกว่าปกติ แทบจะในขณะที่เสียงนั้นดังขึ้น ผู้ดูแลซุนที่อยู่บนเตียงพลันตื่นขึ้นมา ขณะเดียวกับที่ลุกขึ้น เขาเปิดผ้าห่มออกแล้วตะโกนเสียงดัง “ใครน่ะ!”
ทว่า พอเขาอาศัยแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาในห้อง ก็มองเห็นเด็กหนุ่มชุดแดงท่าทางชั่วร้ายคนหนึ่งนั่งพิงเก้าอี้อยู่ ก็อดตะลึงไม่ได้ “ภะ ภูตหมอ!”
“หึๆ ข้านึกว่าเจ้าจะบอกว่าข้าเป็นผีเสียอีก!” เธอยิ้มหยัน มองคนที่หน้าซีดขาวอยู่ตรงหน้า
ทว่า ครั้นผู้ดูแลซุนได้ยินเสียง ก็พลันอึ้ง แล้วชี้ไปที่เฟิ่งจิ่วอย่างไม่อยากเชื่อ “จะ เจ้าคือคุณชายชุดขาวเมื่อตอนกลางวันนี่! จะ เจ้ามาทำอะไร?”
“เพิ่งรู้