ัน ชายชุดดำอีกคนเดินเข้ามาจากข้างนอก รายงานว่า “นายท่าน หานหรงมาขอพบขอรับ”
“ให้เขาเข้ามา!”
“ขอรับ!” ชายชุดดำรับคำแล้วเดินออกไป ไม่นาน ชายวัยกลางคนใบหน้าซีดขาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
คนผู้นี้ใส่ชุดสีเทา เส้นผมขาวหงอก ร่างกายผ่ายผอม ใบหน้าซีดเซียว กลิ่นอายทั่วตัวแลดูเยือกเย็นแปลกประหลาด เขาเดินเข้ามาทีละก้าวๆ มาหยุดยืนต่อหน้าคนที่อยู่หลังม่าน แล้วค้อมกายคารวะ
“หานหรงคารวะนายท่าน”
“หานหรง เจ้ามาครั้งนี้ เป็นนายของเจ้าให้เจ้ามาส่งข่าวอะไรอีกใช่หรือไม่?” คนข้างในถาม ดูจากเงาที่สะท้อนออกมาจากข้างในรางๆ คล้ายกำลังกินผลไม้อยู่
“เรียนนายท่าน นายของข้าให้ข้ามาส่งข่าวให้ท่านจริงๆ ขอรับ” หานหรงมองคนข้างใน พลางกล่าวเสียงแช่มช้า
“ว่ามา”
“นายของข้าบอกว่า ข่าวที่เขาได้มา บอกว่าเฟิ่งซิงก็คือเฟิ่งจิ่ว องค์หญิงแห่งราชวงศ์เฟิ่งหวง หญิงผู้นี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องฉวยโอกาสตอนที่นางยังไม่ปีกกล้าขาแข็งสังหารนางเสีย เพื่อไม่ให้กลายเป็นภัยในภายหลังขอรับ”
“เฟิ่งซิงก็คือเฟิ่งจิ่ว?” คนคนนั้นเหมือนประหลาดใจเล็กน้อย “ข่าวของพวกเจ้าไม่ได้ผิดพลาดกระมัง? เฟิ่งจิ่วคนนั้นก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมาย” เขาหยุดพูด แล้วยิ้มถามว่า “หรือว่า เจ้ารู้ว่าข้าไม่คิดจะฆ่าล้างตระกูลเฟิ่ง จึงตั้งใจมาพูดเช่นนี้”
หานหรงได้ยินก็นัยน์ตาไหวระริก เขาก้มหัว “หานหรงมิกล้า ตั้งแต่วันนั้นที่หานหรงใช้แร่วิญญาณเป็นเดิมพัน ขอให้นายท่านทำลายล้างราชวงศ์เฟิ