นางครอบครัวแตกแยก แล้วตายไปอย่างปวดใจ นี่มันน่าสนุกกว่าฆ่านางในดาบเดียวเสียอีก เจ้าว่าไหม?”
ได้ยินอย่างนั้น หานหรงดวงตาเป็นประกาย “นายท่านปรีชายิ่งนัก!”
คล้ายพึงพอใจที่ได้ยินอย่างนั้น คนผู้นั้นบอกว่า “ส่วนผู้ครองแคว้นจักรวรรดิเซวียนหยวน แม้ไม่ตาย ก็แทบไม่ต่างจากคนพิการแล้ว เขาถูกทำลายวรยุทธ์ สูญเสียพลังทั้งหมดไป แก่นพลังในแหลกสลาย เหมือนผู้แข็งแกร่งที่เคยอยู่เหนือชั้นเมฆร่วงตกลงมาบนดิน กลายเป็นโคลนที่ต่ำตมที่สุด ตอนนี้ ไม่ว่าใครอยากจะฆ่าเขาก็ง่ายดายเหมือนยกมือ ถึงจะไม่ฆ่าเขา เขาก็ทำได้เพียงรอวันตายเท่านั้น”
“นายท่านปราดเปรื่อง หานหรงได้แก้แค้นครั้งใหญ่ ล้วนเป็นเพราะนายท่านช่วยเหลือ บุญคุณที่นายท่านปรานี หานหรงไม่กล้าลืมแน่นอน!” เขารีบคุกเข่าคารวะ ราวกับซาบซึ้งใจมาก
“เอาล่ะ ข้าไม่ใช่คนดีอะไร เจ้าเองก็เช่นกัน นายของเจ้ายิ่งไม่ใช่คนดี” คนผู้นั้นโบกมือ บอกว่า “พวกเราเพียงแสวงหาผลประโยชน์จากกันและกัน กลับไปบอกนายของเจ้า เรื่องเกี่ยวกับเฟิ่งซิงเป็นเพียงเรื่องเหลวไหล หากเขาไม่เชื่อ หึๆ รอข้าเล่นกับพวกเขาจนเบื่อเมื่อใด จะเอาชีวิตของเฟิ่งจิ่วให้พวกเจ้าดู”
“ขอรับ เช่นนั้นหานหรงขอลา” เขาประสานมือคารวะ แล้วหมุนตัวเดินออกไป
ครั้นออกมาข้างนอก เขาชะงักฝีเท้า เงยหน้ามองท้องฟ้า เผยรอยยิ้มชั่วร้าย
เฟิ่งจิ่ว! เจ้าก็มีวันนี้เช่นกัน!
หากไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวของเฟิ่งจิ่ว ตอนนี้เขาก็คงยังเป็นลุงหานผู้สู