แต่คงเป็นเขานี่แหละ…
นึกถึงตรงนี้ ก็อดรู้สึกขนลุกไม่ได้ ใบหน้าก็ยิ่งซีดขาวขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เขาไม่ควรเข้าวังมาเลย เขานึกว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อยังไม่กลับมา กลับไม่รู้ว่าอยู่ในวังหลวงตั้งแต่เมื่อใดแล้ว?
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองข้ามเหล่าทหารอารักขาที่ร้องโหยหวนอยู่บนพื้น และมองข้ามแขนที่ถูกตัดกองอยู่ตรงหน้าเฉิงอ๋องด้วยเช่นกัน เขาเดินเข้ามาทีละก้าวๆ หยุดยืนตรงหน้าเฉิงอ๋อง “ก่อนหน้านี้ ท่านบอกว่าพวกท่านเข้ามาทำอะไรนะ?”
เฉิงอ๋องกลืนน้ำลาย ยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ปะ เปล่า ขะ ข้าแค่ แค่จะเข้ามาเยี่ยม เยี่ยมเสด็จพ่อของเจ้า ชะ เช่นนี้ข้าก็กลับไปอย่างวางใจได้แล้วล่ะ”
“อย่างนั้นก็ดี” เซวียนหยวนโม่เจ๋อยืนเอามือไพล่หลัง สายตาลึกล้ำคมปลาบจับจ้องเฉิงอ๋องตรงหน้า แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “ข้าไม่อยากเห็นคนฉวยโอกาสจับปลาตอนน้ำขุ่น หากผู้ใดกล้าคิดไม่ซื่อใต้จมูกข้า คนผู้นั้นจะต้องประสบกับจุดจบที่อยู่ไม่สู้ตายแน่นอน!”
“ใช่ๆๆ ข้ารู้ ข้าจะป่าวประกาศออกไปให้รู้เอง อย่าว่าแต่เจ้าจะไม่ปล่อยพวกคนที่คิดไม่ซื่อ แม้แต่ข้าหากเจอตัวก็จะไม่ละเว้นแน่นอน!” เฉิงอ๋องรีบรับคำ แสร้งวางท่าจริงจังขึงขัง
ได้ยินอย่างนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง แล้วบอกว่า “กลับไปเถิด!”
“ได้ เช่นนั้นข้ากลับก่อน ฝากเจ้าทักทายเสด็จพ่อของเจ้าแทนข้าด้วย วันหลัง หากวันหลังข้ามีเวลาจะมาเยี่ยมเขาแ