เดินตามนายท่านของพวกเขาไปที่ตำหนักหนึ่งในวัง ที่นี่เป็นตำหนักที่นายท่านมักเอาไว้ใช้ทำงาน ยามนี้นายท่านมาที่นี่ ทั้งสองรู้ทันทีว่านายท่านไม่คิดจะกลับจวนแล้ว
ขณะที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อเพิ่งจะนั่งลง แล้วหยิบข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ในช่วงนี้ขึ้นมาอ่าน องครักษ์ลับคนหนึ่งก็เข้ามารายงานด้วยความเร่งรีบ
“นายท่าน เฉิงอ๋องเข้าวังมา ต้องการพบผู้ครองแคว้น ตอนนี้กำลังโวยวายอยู่หน้าตำหนักใหญ่ หนำซ้ำยังทำร้ายองครักษ์บาดเจ็บไปหลายคนแล้วด้วยขอรับ”
ได้ยินอย่างนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อขมวดคิ้ว แล้วกล่าวเสียงเข้มว่า “สั่งให้คนไล่เขาออกไป!”
“แต่เฉิงอ๋องพาหัวหน้าทหารในวังมาด้วยหลายคน บอกว่าได้ยินข่าวที่ผู้ครองแคว้นถูกคนทำร้ายจนสูญเสียวรยุทธ์ พวกเขาต้องการเข้าวังมาคุ้มกันผู้ครองแคว้น หากใครขัดขวางก็ให้ฆ่าได้ทันที”
องครักษ์ลับรายงาน เขาลังเลไปครู่หนึ่ง แล้วบอกว่า “ยามนี้ยื้อสถานการณ์ไว้ไม่ได้แล้ว ข้าเห็นพวกเขาคิดจะบุกเข้าไปในตำหนักบูรพา เลยรีบมารายงาน นายท่านโปรดออกคำสั่ง จะให้ข้าทำอย่างไรดีขอรับ?” เฉิงอ๋องผู้นั้นอย่างไรก็เป็นสมาชิกราชวงศ์เซวียนหยวน หากคิดจะสังหารใครจริงๆ เกรงว่า…
ได้ยินอย่างนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อวางข้อมูลในมือแล้วลุกขึ้น สาวเท้ายาวๆ เดินออกไปข้างนอก ฮุยหลางกับอิ่งอีเห็นอย่างนั้นก็รีบเดินตามไป
หน้าตำหนักใหญ่
ชายวัยกลางคนร่างท้วมเล็กน้อย สวมเสื้อผ้าอาภรณ์สีม่วงหรูหรามีระดับยืนเอามือไพล่หลัง เขากำ