) ในตระกูลใหญ่จนจับพลัดจับผลูมาเป็นหญิงชนบทของเจ้าของร่างเดิมเท่านั้น
นางเล่นกับมีดก็เพื่อเตือนฝ่ายตรงข้ามว่าอย่าคิดว่านางเป็นลูกพลับนิ่ม เข้าใจว่าจะมารังแกคนสกุลจูได้ง่าย ๆ
แต่นางคิดไม่ถึงว่าพอนางแสดงออกไปอย่างนั้น การตอบสนองของคนตระกูลเฉินกลับอยู่เหนือความคาดหมายเช่นนี้…ต่างจากที่นางคิดเอาไว้โดยสิ้นเชิง คล้ายว่ามีตรงไหนไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่รู้ว่าไม่ถูกต้องตรงไหน
สิ่งที่ทำให้คนปวดหัวกว่านั้นก็คือ ทั้งที่นางรู้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่กลับไม่สามารถแสดงออกมาได้ ไม่อย่างนั้นสภาวะ ‘ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของนาง’ ที่เพียรสร้างขึ้นมาก็จะสูญเปล่าแล้ว
ทั้งที่รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็จำต้องแสดงต่อไป
เย่อวี๋หรานได้แต่ฝืนยิ้มให้เฉินหลิ่งอย่างไม่มีทางเลือก “น้ำร้อนมีแล้ว น้ำชาก็มีแล้ว พวกเรานั่งลงดื่มชาไปพลางคุยกันไปพลางเป็นอย่างไร?”
“ดี เช่นนั้นก็รบกวนจูต้าเหนียงแล้ว” เฉินหลิ่งอยากหยั่งเชิงภูมิหลังของเย่อวี๋หรานเช่นกันจึงตอบรับ
เย่อวี๋หรานเห็นเขาตกลงแล้วจึงเชิญอีกฝ่ายนั่งลง วางมีดลงบนโต๊ะตรงหน้าตัวเอง แล้วเริ่มชงชาด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย
ระหว่างนั้น เฉินเสิ่น สะใภ้ใหญ่เฉิน และสะใภ้รองเฉินล้วนตะลึงกันถ้วนหน้า :
ช้าก่อน พวกเรามาหาเรื่องไม่ใช่หรือ ไม่ใช่สิ มาทวงเงินต่างหาก!
เห็นได้ชัดว่าพวกนางสามคนคิดอ่านไม่ทันพวกเฉินหลิ่งสามพ่อลูก ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเลยสักนิด
แต่เฉินเสิ่นเห็นลูกชายสองคนไ