ปลอดภัยของเธออีกแล้ว ยามนี้เธอบาดเจ็บถึงขนาดนี้ เขาจะออกไปตามหาพ่อของเธอได้อย่างไรกัน?
“ข้าไม่เป็นไร ล้วนเป็นแค่บาดแผลภายนอกทั้งนั้น” เธอพูดเสียงอ่อนโยน เพียงแต่อาการเจ็บตึงจากบาดแผล ทำให้หน้าของเธอซีดลงหลายส่วน เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก
“หงส์ไฟ เจ้าไปเถิด! ตรงนี้มีข้าคอยดูแลอยู่ ไม่เป็นอะไรหรอก” ซั่งกวนหวั่นหรงกล่าว นางเองก็กังวลว่าเฟิ่งเซียวจะเจอการซุ่มโจมตี รู้อย่างนี้ นางน่าจะรั้งเขาไม่ให้ไล่ตามไปแต่แรก
“หงส์ไฟ รีบไปเถิด! ตอนนี้ความปลอดภัยของพ่อบุญธรรมสำคัญที่สุด” กวนสีหลิ่นเองก็เร่งเร้า
“ได้ เช่นนั้นข้าจะออกไปตามหา พวกท่านต้องระวังตัวด้วย” หงส์ไฟบอก แล้วออกไปพร้อมกับตู้ฝาน
“เสี่ยวจิ่ว พวกข้าจะลงยาและพันแผลให้เจ้า” ซั่งกวนหวั่นหรงกับเหลิ่งซวงประคองเธอเข้าไปในห้องข้างใน พลางกำชับเหลิ่งหวาให้ทำแผลให้กวนสีหลิ่นด้วย
หลังจากที่ทั้งสองจัดการแผลบนตัวแล้ว ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เพียงแต่ผ่านไปนานแล้วก็ยังไม่เห็นพวกเขากลับมา เฟิ่งจิ่วกับซั่งกวนหวั่นหรงก็ยิ่งกระวนกระวาย
“เหลิ่งซวง เหลิ่งหวา พวกเจ้าสองคนก็ออกไปช่วยตามหาด้วยเถิด!” เฟิ่งจิ่วสั่ง
“ขอรับ” ทั้งสองรับคำ หมุนตัวเดินออกไปข้างนอก
ในห้องเหลือเพียงสามคนที่นั่งอยู่ ซั่งกวนหวั่นหรงมองทั้งสองที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยแผล ถามว่า “นี่เป็นฝีมือใครกันแน่? พวกเจ้ารู้หรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ไม่แน่ใจเหมือนกันเจ้าค่ะ รู้แค่ว่าคนที่ถูกส่งตัวมาล้วนเป็นผ