่างแล้วรวมพลังลอยตัวขึ้นด้านบน
เฟิ่งจิ่วเห็นชายชุดดำคนหนึ่งกำลังกระโดดเคลื่อนไหวอยู่บนหลังคา คนคนนั้นเห็นเธอแล้วยิงธนูใส่ ก่อนจะรีบหนีไป เห็นอย่างนั้น เธอตะโกนบอกพวกตู้ฝานที่อยู่ข้างหลัง “คุ้มกันท่านพ่อกับท่านแม่ของข้า!”
สิ้นเสียง คนก็กระโดดออกไปหลายจั้งแล้ว กวนสีหลิ่นที่กระโดดมาจากข้างหลังเห็น ก็บอกพวกเขาว่า “ข้าจะตามไปดู” เขาไม่ค่อยวางใจให้เธอตามไปเพียงลำพัง
พวกตู้ฝานมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะลงมารวมตัวกับพวกเฟิ่งเซียวในโรงเตี๊ยม “นายท่านกับคุณชายกวนไล่ตามคนไปแล้ว ผู้นำตระกูลกับฮูหยินรออยู่ในห้องก่อนเถิดขอรับ”
“เห็นหรือไม่ว่าเป็นใคร?” เฟิ่งเซียวถามเสียงเครียด “คนคนนั้นพลังเป็นอย่างไร?” พวกเขาตามไปแค่สองคน หากเป็นศัตรูที่พลังแข็งแกร่งเกินไป เกรงว่า…
“มีแค่คนเดียว น่าจะไม่มีปัญหาอะไรขอรับ” ตู้ฝานตอบ มองหงส์ไฟที่กลายร่างเป็นนกแล้วเกาะอยู่บนไหล่ซั่งกวนหวั่นหรง รู้ว่านายท่านไม่วางใจ ถึงได้สั่งให้หงส์ไฟอยู่ปกป้องพวกเขา
ทว่า ขณะที่พวกเขาเพิ่งคุยกันจบ จู่ๆ ก็เห็นกระบี่ยาวเล่มหนึ่งพุ่งโจมตีเข้ามา เฟิ่งเซียวรีบดึงกระบี่ยาวขึ้นมาต้านรับ จากนั้นจู่โจมคนที่อยู่นอกหน้าต่าง เงาร่างของทั้งสองโรมรันพันตีกันอยู่ท่ามกลางราตรี ผ่านไปหลายกระบวนท่า คนชุดดำมองเฟิ่งเซียวด้วยสายตาลึกซึ้ง ประกายมีดมืนพาดผ่านในดวงตา ก่อนจะรีบหมุนตัวหลบหนีไป
“พวกเจ้าเฝ้าระวังไว้! ดูแลฮูหยินให้ดี!”
เฟิ่งเซียวตะโกนสั่ง จากนั้น