องหลังคนที่ลงมือกับตระกูลเฟิ่งของเรา!” น้ำเสียงของเขาเย็นชาเกรี้ยวกราด ดวงตาพยัคฆ์เบิกกว้าง กลิ่นอายพลังเร้นลับถูกปลดปล่อยทั่วร่าง กระบี่ยาวถูกเขาทิ่มแทงเข้าไปในดิน
สองมือคว้าไปในอากาศ กลิ่นอายพลังเร้นลับที่เดือดพล่านรวบรวมกระแสอากาศมาไว้กลางสองฝ่ามือ เห็นเพียงกระแสอากาศที่ส่งเสียงหวีดหวิวหมุนวนอยู่กลางสองฝ่ามือเขา เมื่อจิตเขาเคลื่อนขยับ สองหมัดก็ซัดออกไป
“เอาหมัดข้าไปกิน!”
เสียงคำรามดังลั่น สองหมัดซัดออกไป หมัดสองลูกนั้นโจมตีออกไปราวแฝงไว้ด้วยน้ำหนักพันชั่ง ขณะที่ซัดหมัดออกไป กระแสอากาศที่โอบล้อมรอบหมัดกลายเป็นกำปั้นขนาดใหญ่สองลูกพุ่งจู่โจมออกไป
คนผู้นั้นนึกไม่ถึงว่าเขาบอกโจมตีก็จะโจมตีทันที อีกทั้งยังโจมตีดุดันถึงเพียงนี้ สองหมัดซัดออกไปรุนแรงดุจพยัคฆ์วิ่งลงจากเขา หมัดยังไม่ทันถึงตัว กระแสอากาศอันแข็งแกร่งและแรงกดดันกลับทำให้เขาต้องถอยหลังไปหลายก้าว เสียหลักจนเกือบล้มลงไปนั่งบนพื้น
เขาตั้งหลักยืนอย่างมั่นคงได้ในนาทีสุดท้าย หลังยืนอย่างมั่นคงได้ก็รวบรวมกลิ่นอายพลังวิญญาณแล้วซัดโจมตีไปข้างหน้า เห็นเพียงกระแสอากาศสองขุมปะทะกันเสียงดังสนั่น เมื่อเสียงระเบิดดังก็ก็ถูกดีดถอยหลังออกไปไกลหลายจั้ง เลือดกระอักออกจากมุมปากของทั้งสองฝ่าย
เฟิ่งเซียวไม่สนใจเลือดลมที่ปั่นป่วนในร่างกาย เขาเห็นชายชุดดำได้รับบาดเจ็บ จึงคิดจะฉวยโอกาสโจมตีซ้ำ กระแสพลังในร่างกายเดือดพล่าน กลิ่นอายพลังเร้นลับระเบิดออก