ท่านปู่ไม่อยู่แล้ว แต่เสี่ยวเฟิ่งเย่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเราต้องตามหาเสี่ยวเฟิ่งเย่ก่อน”
เฟิ่งจิ่วเองก็ทุกข์ใจเช่นกัน เธอคิดว่าคนพวกนี้อาจเป็นศัตรูของเธอก็ได้ เธอเป็นคนที่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน นึกถึงท่านปู่ที่รักและเอ็นดูนางถูกบีบคั้นให้ต้องตายอยู่ในทะเลเพลิง หัวใจของเธอบีบคั้นยิ่งนัก เจ็บจนไม่อาจหายใจ
ในหู ราวกับมีเสียงของท่านปู่เรียกขานชื่อของเธอดังก้องอยู่…
บนถนนใหญ่ เขานั่งอยู่หน้าร้านสุราของคนอื่นเขา ถือไหสุราเพื่อขอสุราดื่ม แล้วยังตำหนิคนอื่นเขาว่าสุรารสไม่ดี ตอนนั้นเธอหน้าตาเสียโฉม ใช้ผ้าโปร่งปิดบังใบหน้า เขากลับจำเธอได้ทันที เสียงเรียกขานว่าแม่หนูเฟิ่งนั่นเอง ที่ละลายน้ำแข็งในหัวใจของเธอ
เธอเป็นผู้มาทีหลังแท้ๆ เธอไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาแท้ๆ แต่คำว่าแม่หนูเฟิ่งของเขา การปกป้องครั้งแล้วครั้งเล่าจากเขา ความรักและความเชื่อใจอย่างไร้ข้อแม้จากเขา ทำให้เธอค่อยๆ กลายเป็นคนของตระกูลเฟิ่ง และมองพวกเขาเป็นเหมือนครอบครัว
เธอหวังจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้พวกเขา เธอหวังว่าพวกเขาจะมีความสุข แต่ตอนนี้กลับเป็นเพราะเธอ ที่ทำร้ายพวกเขาจนต้องตายอยู่ในทะเลเพลิง ทุกครั้งที่นึกถึงตรงนี้ ก็เหมือนมีคนเอามีมากรีดหัวใจของเธออย่างไรอย่างนั้น
เป็นใครกันแน่? เป็นใครที่ต้องการฆ่าล้างตระกูลของเธอ? เป็นใครที่ต้องการฆ่าครอบครัวของเธอ?
ไม่ว่าจะเป็นใคร แต่กล้ามาแตะต้องจุดต้องห้ามของเธอ แม้จะอยู่สุดล่าฟ้าเขียว