นมองพวกเขาตายอยู่ในกองไฟอย่างนี้หรือ?” หนึ่งในนั้นถาม พูดคำหนึ่งหยุดคำหนึ่ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น
“นั่นเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหิน พวกเขาสองคนบาดเจ็บถึงเพียงนั้น แล้วยังถูกฝ่ามือซัดใส่ข้างหลังอีก ฝ่ามือนั้นเกรงว่าจะทำลายชีพจรของพวกเขาจนแหลกสลาย พวกเขาไม่รอดแล้ว!!
ผู้เฒ่าเกิ่งพูดอย่างปวดใจ “ถึงพวกเจ้าออกไปแล้วอย่างไรเล่า? พวกเจ้าออกไปก็ทำได้เพียงเสียสละชีวิตอย่างเปล่าประโยชน์ หรือต้องยอมเสียสละชีวิตของพวกเจ้าสักกี่คนเพื่อแลกกับการหามศพพวกเขากลับมาอย่างนั้นหรือ? หรือคิดว่าตนเองอยู่มานานเกินพอแล้ว จะเดินออกไปให้พวกเขาสังหารเสีย?”
ทั้งแปดคนถูกตวาดเช่นนั้น จึงพากันเงียบ ข่มกลั้นความโกรธและไอสังหารในใจ
“จงออกตามหาเสีย! เสี่ยวเฟิ่งเย่จะต้องมีชีวิตอยู่แน่! เขาจะต้องยังอยู่ที่ไหนสักแห่งในวังหลวงแน่นอน!” หลัวอวี่บอก หมัดที่กำแน่นคลายออกมา มองหน้าพวกคนที่เหลือ แล้วบอกว่า “พวกเราแยกย้ายกันตามหา จะต้องหาตัวเสี่ยวเฟิ่งเย่ให้เจอโดยเร็วที่สุด!”
“ได้!” คนที่เหลือรับคำ แล้วบอกว่า “ระวังตัวด้วย อย่าปล่อยให้คนพวกนั้นเจอตัวเข้า”
แปดคนแบ่งเป็นสี่กลุ่มแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว ส่วนผู้เฒ่าเกิ่งเองก็ออกตามหาไปอีกทาง ไม่ว่าอย่างไร จะต้องหาตัวเด็กให้เจอ ไม่อย่างนั้นเขาจะสู้หน้าผู้เฒ่าเฟิ่งกับฮูหยินได้อย่างไร?
ทว่า พอพวกเขาก้าวเท้าออกไป แล้วเห็นศพเกลื่อนเต็มพื้น หัวใจก็อดสั่นสะท้านไม่ได้ ศพทั่วพื้นนั