ามสนใจของพวกเขาได้ พวกเจ้าจะได้มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นอีกหน่อย”
นางข่มกลั้นความอาลัยอาวรณ์ในใจ ส่งลูกชายให้เจ้าหยาง “หยางหยาง แม้เจ้าจะเป็นเด็กที่อายุเพียงเจ็ดแปดขวบ แต่เจ้าก็โตกว่าเย่เอ๋อร์ พวกเจ้าใช้ชีวิตและเติบโตมาด้วยกัน สนิทกันดุจพี่น้องแท้ๆ ยามนี้ข้าเองก็หมดหนทาง ข้าไม่มีใครให้ไหว้วานแล้ว ทำได้เพียงฝากเย่เอ๋อร์ไว้กับเจ้า ขอให้เจ้าปกป้องเขา ขอเพียงอดทนผ่านช่วงนี้ไปได้ คนพวกนั้นจากไปเมื่อใด พวกเฟิ่งจิ่วกลับมา ก็จะไม่เป็นไรแล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น เจ้าหยางพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ “ขอรับ ข้าจะพานายท่านหนีไป แล้วตามหาองค์หญิงกับผู้ครองแคว้นให้เจอ” เขาก้มลงแล้วแบกเย่เอ๋อร์ที่หมดสติขึ้นหลัง
เขามองนาง เหมือนอยากพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายกลับไม่พูดอะไร เพียงแบกเสี่ยวเฟิ่งเย่เดินจากไปตามเส้นทางลับ…
เห็นพวกเขาจากไปแล้ว ซู่ซีละสายตากลับมา นางพันแผลบนแขนใหม่อีกครั้ง แล้วจึงค่อยเดินออกไปข้างนอก ทำลายกลไกเส้นทางลับ ทำให้คนข้างนอกไม่อาจเข้าไปข้างในได้อีก
ฉวยโอกาสตอนที่ยังมืด นางเดินเลี้ยวไปอีกทางหนึ่งเงียบๆ พยายามออกห่างจากเส้นทางลับนั้นให้ได้มากที่สุด กระทั้งมาถึงบริเวณภูเขาจำลองลูกหนึ่ง เห็นเฟิ่งซานหยวนที่ถูกเหล่าผู้ฝึกตนไล่สังหารจนเลือดท่วมตัว หัวใจนางบีบรัด โดยเฉพาะเมื่อเห็นหนึ่งในผู้ฝึกตนถือกระบี่พุ่งแทงไปที่แผ่นหลังของเขา นางกรีดร้องออกไปอย่างทนไม่ได้
“สามีข้า!”
นางตะโกนด้วยเสียงสั