ลังของผู้บำเพ็ญตนพวกนั้นก็ไม่ธรรมดา เกรงว่าถึงพวกเรายกทั้งตระกูลไปสู้ด้วยก็ยังไม่ชนะพวกเขา ถึงอย่างไรพลังของพวกเราก็มีจำกัด”
“พวกท่านดูตรงรอบข้างนั่น พวกนั้นคือองครักษ์ประจำจวนเฟิ่ง” หนึ่งในนั้นชี้ไปยังอีกทาง เหล่าองครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่งกำลังออกจากจวนเฟิ่งและมุ่งหน้าไปยังราชวัง
“ไม่มีประโยชน์ ดูจากเขตอาคมนั่นก็รู้แล้วว่าผู้มาไม่ธรรมดา องครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่งเข้าไปไม่ได้หรอก แม้เข้าไปได้ ก็ทำได้เพียงเสียสละชีวิตอย่างเปล่าประโยชน์” ผู้อาวุโสคนหนึ่งถอนหายใจ มองราชวังที่ถูกขังอยู่ในเขตอาคม เขารู้ดี คนในตระกูลเฟิ่งคงต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างไม่อาจเลี่ยงได้เสียแล้ว
ผู้อาวุโสอีกคนกลับบอกว่า “แต่นอกจากเฟิ่งจิ่วจะไม่อยู่แล้ว ช่วงก่อนเหมือนว่าเฟิ่งเซียวก็ออกจากวังไปด้วยเช่นกัน ตอนนี้ในวังน่าจะมีแค่ผู้เฒ่าเฟิ่งกับภรรยาของเขา แล้วก็เฟิ่งเย่ลูกชายของพวกเขา”
ได้ยินอย่างนั้น คนอื่นๆ ต่างพากันเงียบ ใช่แล้ว แม้จะมีแค่พวกเขาอยู่สามคน แต่เกรงว่าสามคนนี้คงจะไม่รอดเสียแล้ว นอกจากนี้ องครักษ์ประจำราชวัง รวมถึงองครักษ์ประจำจวนเฟิ่ง ก็เกรงว่าจะ…
ในอีกด้าน ผู้อาวุโสเกิ่งผู้นั้นเหาะเข้าไปตรงหน้าประตูราชวัง ขณะคิดจะทำลายเขตอาคมแล้วบุกเข้าไป กลับถูกดีดออกมาอย่างแรง ตอนที่เขากำลังร้อนใจดั่งไฟสุมอก ก็เห็นเฟิ่งซานหยวนกำลังถูกผู้บำเพ็ญตนหลายคนรุมโจมตีอยู่กลางอากาศ เห็นเขาสวมใส่เพียงเสื้อตัวใน บนเนื้อตัวเปื้อนเล