นถาดวางบนโต๊ะให้พวกเขา
“คนอื่นเขากินมื้อเที่ยง ภูตหมอกินมื้อเช้า นายท่านสั่งไว้ว่าภูตหมอเพิ่งตื่นคงกินข้าวไม่ลง ฉะนั้นจึงสั่งให้ต้มข้าวต้มแทน” เขายิ้มบอก จากนั้นก็ถอยไปยืนด้านหนึ่ง
“ขอบใจมาก” เธอขยิบตาให้ฮุยหลาง แต่กลับได้ยินเสียงของเซวียนหยวนโม่เจ๋อดังมา
“เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เขาสมควรทำ มีอะไรให้ขอบคุณกัน”
ได้ยินอย่างนั้น ฮุยหลางรีบพยักหน้า “ถูกต้องๆ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าสมควรทำ ภูตหมอเป็นนายหญิงของข้า รับใช้นายหญิงก็ถือเป็นหน้าที่ของพวกเราเช่นกัน”
คำว่านายหญิง ทำให้สีหน้าของเซวียนหยวนโม่เจ๋ออ่อนลงหลายส่วน เหมือนพึงพอใจกับคำเรียกขานนี้มาก เขาตักข้าวต้มให้เฟิ่งจิ่วแล้ววางตรงหน้าเธอ “รีบกินตอนร้อนๆ เถิด!”
“ท่านพี่ ท่านไม่กินหรือ?” ขณะเฟิ่งจิ่วกำลังจะกิน ก็เห็นกวนสีหลิ่นนั่งยิ้มมองพวกเขาอยู่ข้างๆ จึงถามขึ้น
“ข้าใช้แรงค่อนข้างเยอะ ตอนเที่ยงข้าต้องกินข้าว ข้าวต้มพวกนี้เติมท้องข้าให้อิ่มไม่ได้หรอก เจ้ากินเถิด! อีกเดี๋ยวข้าค่อยไปกินข้าว” เขายิ้มๆ แล้วเสริมอีกว่า “ใช่สิ ยังมีอีกเรื่องต้องบอกเจ้า ต้วนมู่ไป๋มาที่นี่ แต่เพิ่งกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามที่แล้ว พ่อบุญธรรมกับแม่บุญธรรมเป็นคนต้อนรับเขา”
“อ้อ? เขามาทำอะไร?” เธอสงสัย จึงกินข้าวต้มพลางถาม
“ยังจะอะไรอีกเล่า? ก็ต้องมาพบแม่บุญธรรมน่ะสิ!”
เขาหัวเราะเสียงดัง บอกอีกว่า “แต่พ่อบุญธรรมอยู่ด้วยตลอด ข้าถามเหลิ่งหวาแล้ว บอกว่าค