เก็บลูกบอลวิ่งกลับมายื่นให้พ่อของเขาอีก
“ท่านพ่อ เอ้า”
เด็กน้อยยิ้มตาหยีเหมือนดอกท้อ ดวงหน้าเล็กและขาวนุ่มเนียนละเอียดน่าเอ็นดู เสี่ยวเย่เอ๋อร์ที่อายุสามขวบมีน้ำมีนวลสมวัยเด็ก ตัวอวบอิ่มสมบูรณ์น่ารักน่าชัง พาให้ผู้พบเห็นต่างยิ้มกว้าง
“เสี่ยวเย่เอ๋อร์เป็นเด็กดีจริงๆ “เฟิ่งซานหยวนหัวเราะเสียงดัง อุ้มเขาขึ้นมานั่งบนตัก หยิกแก้มนิ่มๆ ของเขา ขณะเดียวกันก็หยิบขนมว่างที่อยู่ข้างๆ ยื่นไปที่ปากของเขา “มา ขนมดอกไม้ชิ้นนี้ให้เจ้า”
แต่เด็กน้อยกลับไม่กิน เขานับขนมดอกไม้ชิ้นนั้นไปแล้วคลานลงจากตักของพ่อเขา สาวเท้าสั้นๆ วิ่งไปหาเด็กชายอายุประมาณเจ็ดแปดขวบคนหนึ่ง
“เสี่ยวหยางหยาง กิน” เด็กตัวน้อยเขย่งปลาบเท้าแล้วยื่นขนมไปที่ปากของเจ้าหยาง “เสี่ยวหยางหยาง ขนมดอกไม้ กิน”
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งซานหยางพยักหน้าอย่างปลื้มใจ ยังเด็กขนาดนี้แท้ๆ แต่กลับรู้จักแบ่งปัน นี่เป็นเรื่องดี
เจ้าหยางยืนอยู่ตรงนั้นมองเสี่ยวเฟิ่งเย่ที่สูงไม่ถึงครึ่งเอวของเขา ดวงหน้าเล็กและนุ่มนิ่มมีแววสุขุมที่ไม่สมกับอายุ “ข้าไม่กิน นายท่านกินเถิดขอรับ!”
เขาที่อายุใกล้แปดขวบเข้าใจเรื่องราวไม่น้อยแล้ว ปีนั้นเขาถูกเฟิ่งจิ่วพากลับมา ให้คนสอนเขาเรียนหนังสือและฝึกวรยุทธ์ เขาตั้งใจเรียนมาโดยตลอด เฟิ่งจิ่วองค์หญิงแห่งราชวงศ์เฟิ่งหวง เป็นคนที่เขานับถือมาโดยตลอด นางช่วยเขา ทำให้ผู้ครองแคว้นเลี้ยงดูเขา และให้เขามาอยู่ข้างกายนายท่าน เพื่อให้เขากับนาย