ึกมาถึงตรงนี้ เขาก็อดขนลุกไม่ได้ จ้องฮุยหลางอย่างระแวดระวัง รีบเดินหนีไปยืนรออยู่อีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว
เห็นเขาเดินหนีไปราวกับหนีเอาชีวิตรอดเช่นนั้น ฮุยหลางเผยยิ้มย่ามใจ “คนหน้าตายอย่างเจ้าคิดจะสู้กับข้า? หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ”
เขาแค่นเสียง หันไปมองสองคนที่กำลังฝึกกระบี่กันอยู่ในสนาม
ประมาณหนึ่งชั่วยามผ่านไป ทั้งสองหยุดการฝึก ยามนี้เฟิ่งจิ่วเหงื่อท่วมไปทั้งตัวแล้ว แต่ดวงตาเธอยังคงเป็นประกายอยู่ มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อตรงหน้า แล้วถามอย่างตื่นเต้นว่า “ท่ากระบี่วิชานี้ท่านคิดค้นขึ้นมาเองจริงหรือ?”
“ชอบหรือไม่?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อหยักยิ้มมุมปากน้อยๆ เอื้อมมือเสยปอยผมที่ร่วงลงมาทัดหูให้เธอ ท่าทางใกล้ชิดดูเป็นธรรมชาติ
“ชอบ ชอบมาก พลังสังหารของท่ากระบี่นี้แข็งแกร่งมาก หากสองคนร่วมมือกันยิ่งส่งเสริมกัน พลังต่อสู้ยิ่งจะไม่ธรรมดา หนำซ้ำหากคิดจะแกะกระบวนท่ายิ่งไม่ง่าย จริงสิ ท่ากระบี่นี้ชื่อว่าอะไรหรือ?”
เห็นเธอทำหน้าตาตื่นเต้นดีใจ แววตาทึ่งระคนประหลาดใจอันงดงามจับใจจ้องมาที่เขา เซวียนหยวนโม่เจ๋อรู้สึกเพียงหัวใจของเขาถูกหลอมละลายไปทั้งดวง แล้วยังรู้สึกเหมือนหัวใจพองโตด้วย หัวใจของชายชาตรีผู้หนึ่งถูกเติมเต็ม รู้สึกภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ
“ท่ากระบี่นี้มีชื่อว่า กระบี่เก้ามังกรหงส์ไฟ หากใช้กระบี่เล่มเดียว ข้าก็จะใช้ท่ากระบี่เก้ามังกร ส่วนเจ้าใช้ท่ากระบี่เก้าหงส์ไฟ ท่ากระบี่นี้ใช้ผสานกันก็ได้แยกกันก็ดี ปรับ