ับที่หงส์ไฟเปล่งเสียง เฟิ่งเซียวลืมตาทันที เขาดึงกระบี่ที่เอวออกมาแล้วพุ่งเข้าไปต้านรับการโจมตีจากผู้บำเพ็ญตนคนนั้น
“เกร๊ง!”
“ชิ้ง!”
เขารีบลุกขึ้นหยัดยืนตัวตรง รัศมีแผ่กระจายทั่วตัว นั่นเป็นแรงกดดันและกลิ่นอายของปราชญ์นักรบ ทั้งแข็งแกร่งและทรงพลัง หนำซ้ำยังมีรัศมีของผู้เป็นเจ้า ดวงตาพยัคฆ์เบิกกว้าง ทรงพลังน่าเกรงขาม
ก่อนจะมาเป็นเจ้าผู้ครองแคว้นแห่งราชวงศ์เฟิ่งหวงเขาเคยเป็นแม่ทัพพิทักษ์แคว้นมาก่อน พลังต่อสู้เป็นที่น่าทึ่ง รัศมียิ่งน่ากริ่งเกรง ยามนี้ครั้นจิตสู้รบตื่นขึ้นมา อากาศบนชั้นสองสั่นสะเทือนไปทั้งชั้น
คนที่เหลือเห็นอย่างนี้ก็นัยน์ตาหดเล็ก คนผู้นี้เป็นผู้ฝึกพลังเร้นลับไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงมีรัศมีเช่นนี้ได้?
ชายชราถอยหลัง สังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ทั่วทั้งโรงเตี๊ยมนี้ มีเพียงคนผู้นี้ที่อยู่เหนือความคาดหมาย
“อ๊าก…”
กระบี่แหลมคมฟาดฟันออกไปอย่างไร้ความปรานี รัศมีน่ากริ่งเกรงกระจายไปทั่วอากาศ เสียงดาบกระบี่กระทบกัน รวมถึงเสียงโหยหวนของวิญญาณร้ายเหล่านั้นดังผสานกันเข้ามาในโสตประสาท…
ลมกรรโชกแรง โรงเตี๊ยมถูกลมพัดจนสั่นคลอนไปทั้งหลัง แผ่นไม้บนหลังคาตกลงมาท่ามกลางลมแรงและกระแสพลัง เสาใหญ่สามสี่ต้นที่เป็นหลักค้ำโรงเตี๊ยมไว้ถูกพลังกระบี่ฟันขาด ได้ยินเพียงเสียงครืน โรงเตี๊ยมพังทลายลงมากลายเป็นเศษซากในพริบตา
ขณะเดียวกัน เงาร่างหลายร่างพุ่งออกมาจากเศษซากหลังนั้น กระโดดออกมาจากโรงเตี๊ยมที่ถล่มลง