ดขาด! พอได้สติก็รีบไล่ตามหนึ่งในนั้นไป พลางตะโกนบอก “เร็ว! ช่วยข้าจับมันเร็ว!”
ฮุยหลางกับอิ่งอีเองก็อึ้งค้างเช่นกัน พวกเขาอยู่มาจนอายุปูนนี้แล้ว เพิ่งเคยเห็นยาบินหนีไปด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก หนำซ้ำยังพูดได้ด้วย หรือว่ายาที่นางหลอมขึ้นมามีวิญญาณโอสถอยู่ข้างใน?
เฮือก! วิญญาณโอสถ? เป็นไปได้หรือ?
นึกถึงความเป็นไปได้นี้ ทั้งสองก็อดตื่นตะลึงไม่ได้
สุดท้ายคนที่ตั้งสติได้ก่อนก็คือเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับโม่เฉิน ตอนที่ทั้งสองเห็นยาสองเม็ดมีปีกงอกออกมาและเปล่งเสียงพูด ก็รู้แล้วว่ายาสองเม็ดนั้นเป็นยาเทวดาที่มีวิญญาณโอสถอยู่ข้างใน ด้วยเหตุนี้ ตอนที่เฟิ่งจิ่วตะโกนบอก ทั้งสองต่างโฉบร่างไปข้างหน้าพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ต่างไล่ตามยาคนละเม็ดไป
เพียงแต่ เพราะยาสองเม็ดนั้นทั้งเล็กและว่องไว กอปรกับมีปีก ทำให้ทั้งสองคว้าน้ำเหลวอยู่หลายครั้ง ไล่ตามไปได้ระยะหนึ่งถึงค่อยจับยาสองเม็ดนั้นที่คิดจะหนีไว้ได้ และเอากลับไปให้เฟิ่งจิ่ว
“เก็บไว้ให้ดี ยานี้มีวิญญาณโอสถ มันหนีเป็น” เซวียนหยวนโม่เจ๋อยื่นยาเม็ดนั้นให้เธอ พอถูกจับได้ ปีกใสคู่นั้นของยาก็ถูกเก็บซ่อน และไม่พูดอีก กลายเป็นเหมือนยาธรรมดาทั่วไป
“อีกเม็ดอยู่นี่” โม่เฉินเดินเข้ามายื่นยาอีกเม็ดให้เธอ ยิ้มบอกว่า “เฟิ่งจิ่ว เจ้าช่างทำให้คนประหลาดใจนัก เจ้าหลอมวิญญาณโอสถขึ้นมาได้อย่างไร? ข้าเหมือนได้เปิดโลกทัศน์ ของอย่างวิญญาณโอสถ ในอดีตมีอยู่แค่ในตำนานเท่านั้น”
เฟ