่งสอนครั้งนี้” เขารีบรับปากทันที
ต้วนมู่ไป๋ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง แล้วจิบน้ำชา “พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้จะก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวของท่าน เพียงแต่ครั้งนี้หลานสาวคนเล็กทำไม่ถูกจริงๆ หากหลานสาวคนโตเป็นอะไรไป หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป มีแต่จะทำลายชื่อเสียงของตระกูลต้วนเรา หนำซ้ำจากที่ข้ารู้มา หลานชายคนโตก็ดีกับหลานสาวคนโตมาก หากเขากลับมาแล้วรู้เรื่องนี้เข้า เดาว่าตระกูลต้วนคงต้องวุ่นวายแน่แล้ว
หากเมื่อใดที่นางทำเรื่องเหี้ยมโหด มีแต่จะทำให้ผู้คนครหาเราได้ ท่านที่เป็นเจ้าเมือง เกรงว่าจะเงยหน้ามองใครในเมืองนี้ไม่ได้อีก”
ได้ยินอย่างนั้น เจ้าเมืองต้วนปาดเหงื่อ พยักหน้า “ใช่ น้องรองพูดถูกแล้ว เรื่องนี้ข้าจะต้องตัดปัญหาให้สิ้นซาก”
“ทำอะไร? ปล่อยข้านะ ข้าเดินเองได้! ปล่อย! ปล่อยสิ!”
ด้านนอก ยังไม่เห็นตัวคน ก็ได้ยินเสียงเดือดดาลของต้วนหลินหลินดังเข้ามาก่อน สองคนในห้องมองออกไป ก็เห็นนางถูกองครักษ์สองคนกุมตัวมา
เจ้าเมืองต้วนเห็นก็สาวเท้าเดินออกไปก้าวยาวๆ มองลูกสาวคนเล็กที่สีหน้าแตกตื่น เขาตวาดเสียงดังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “คุกเข่า!”
นางผลักองครักษ์สองคนนั้นออก จากนั้นก็คุกเข่าคลานเข้าไปจับมือของท่านพ่อ “ท่านพ่อ! ท่านพ่อข้าสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่าน…” แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกตัดบทเสียก่อน มือของนางถูกสะบัดออกไป
“อัญเชิญกฎประจำตระกูล!”
เจ้าเมืองต้วนตวาดเสียงเข้ม เอามือไพล่หลังจ้องลูกสาวคนเล็กที่คุกเข