่งตระกูลต้วนบอก แม้สีหน้าจะยังไม่ค่อยดีนัก แต่พลังศูนย์กลางกลับเต็มเปี่ยมแล้ว ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
อีกทั้งพอทั้งสามอยู่ในห้องเดียวกัน คนที่ไม่รู้คงคิดว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน เพราะความสัมพันธ์และรากฐานวรยุทธ์ของบิดาเขา รูปลักษณ์ของเขาเรียกได้ว่าเด็กที่สุดในหมู่สามคนแล้ว ดูเหมือนน้องชายของต้วนมู่ไป๋อย่างไรอย่างนั้น
“นั่นก็จริงขอรับ อีกอย่างพลังของเฟิ่งจิ่วเองก็โดดเด่นมากอยู่แล้วด้วย” ต้วนมู่ไป๋บอก ก่อนจะพูดกับทั้งสองว่า “ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอกลับไปพักก่อน พรุ่งนี้พอฟ้าสางข้าก็จะกลับแล้ว หากในบ้านมีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้น อย่าลืมบอกข้าด้วยเล่า”
“วางใจเถิด!” บิดาแห่งตระกูลต้วนโบกมือ เป็นเชิงบอกเขาว่าไม่มีอะไร ให้เขาเดินทางกลับไปก่อนได้เลย
สุดท้าย เจ้าเมืองต้วนออกจากเรือนพร้อมกับต้วนมู่ไป๋ สองพี่น้องพูดคุยกันตลอดทาง กระทั่งต้วนมู่ไป๋กลับเรือนเข้าห้องไป เจ้าเมืองต้วนจึงหันตัวเดินกลับมา
ยามหัวค่ำ ต้วนมู่ไป๋ที่พักผ่อนเสร็จแล้วนึกถึงเรื่องที่พี่ใหญ่ของเขาพูด ตอนที่พวกเฟิ่งจิ่วอยู่ในจวนพวกเขาไปพักที่เรือนของลูกสาวคนโตของเขา ด้วยเหตุนี้ จึงสาวเท้าเดินไปที่เรือนของนาง
คนที่ทำให้เฟิ่งจิ่วชื่นชมได้ เขากลับอยากรู้ว่าจะเป็นคนอย่างไร?
แม้เขาจะเป็นคุณชายรองแห่งตระกูลต้วน แต่กลับบ้านน้อยครั้งมาก อย่าว่าแต่ไม่รู้จักคนในจวน แม้แต่ลูกสาวสองคนของพี่ใหญ่ เขาก็ยังรู้สึกเหมือนคนแ