ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง”
เห็นตัวหนังสือบนนั้น เจ้าเมืองต้วนโกรธกริ้ว “พวกเขาจะไป เหตุใดเจ้าจึงไม่รายงานข้า!” นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนคนในจวนมารายงานเขาว่าหนึ่งในนั้นพาคนมาเอาของเฟิ่งจิ่วออกไป ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไรมาก มานึกดูตอนนี้จึงเพิ่งรู้ ว่าพวกเขาตั้งใจจะไปแต่แรกแล้ว
ต้วนอิ๋งอิ๋งก้มหน้า สีหน้าเศร้าสร้อย คล้ายไม่รู้ว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่ เจ้าเมืองต้วนที่เห็นอย่างนั้นยิ่งโมโห แย่งกระดาษและดินสอในมือนางไปแล้วเขียนถามว่า “ตอนเขาไปได้กำชับอะไรไว้บ้างหรือไม่?”
“เฟิ่งจิ่วบอกว่าสุขภาพของท่านปู่ค่อยๆ พักฟื้นไปจะไม่มีปัญหา เรื่องอื่นไม่ได้พูดอะไร” นางเขียนตอบบนกระดาษ จากนั้นก็ยืนเงียบอยู่ตรงนั้น ไม่เงยหน้าอีก
มองดูลูกสาวคนนี้ เขารู้สึกชิงชังอย่างไม่มีเหตุผล เกิดมาก็เป็นใบ้หูหนวก ลือออกไปก็มีแต่จะทำให้เขาขายหน้า พวกเฟิ่งจิ่วมาพักอยู่ในเรือนหลังนี้ นางก็ไม่รู้จักคอยสอดส่องและรายงานเขาสักหน่อย คนไร้ประโยชน์เช่นนี้ จะมีนางไว้เพื่ออะไรกัน?
ตอนนี้พวกเฟิ่งจิ่วไปแล้ว ลูกชายคนโตของเขายังไม่กลับมา ฉวยโอกาสนี้จับนางแต่งออกไปเสียเลยดีกว่า!
เขาลอบครุ่นคิดในใจ จ้องลูกสาวคนโตที่กำลังก้มหน้าก้มตาแวบหนึ่ง แล้วหมุนตัวเดินจากไป
พอท่านพ่อของนางเดินออกไป ต้วนอิ๋งอิ๋งถึงค่อยเงยหน้าขึ้น นางมองเงาร่างที่จากไปอย่างสงบนิ่ง สีหน้าเป็นปกติ เพียงแต่ ลึกๆ ข้างในกลับเสียใจยิ่งนัก
นางเองก็อยากเป็นเหมือนน้องสาวคนเล็ก ที่ได้ร