ก่อนจะหยุดจ้องที่เหล่าผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด แววตาไหวระริก ลึกๆ ข้างในรู้ดี หากอยากให้ศัตรูล่าถอย ก็ต้องสังหารพวกผู้นำก่อน
ด้วยเหตุนั้น ตอนที่เห็นคนพวกนั้นพุ่งเข้ามา คมดาบของเขาก็เล็งไปยังผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินคนหนึ่งในนั้น ส่วนน้องสาวของเขา เขาเชื่อว่าคนพวกนี้ทำร้ายเธอไม่ได้อยู่แล้ว
“ฟู่ว! ชิ้ง!”
เงาร่างโฉบไหว พลังดาบอันดุดันดังขึ้น กวนสีหลิ่นฝ่าเข้าไปกลางวงกลุ่มคนชุดดำเพียงลำพัง ตวัดดาบสังหาร ทุกดาบที่ฟาดฟันออกไป ล้วนแฝงไว้ด้วยกระแสอากาศอันรุนแรงและดุดัน
“แกร๊ง! แกร๊ก!”
เสียงดาบและกระบี่ปะทะกันเสียงดัง กระบี่ยาวของชายชุดดำพวกนั้นหลังจากเสียงดังแกร๊ก กระบี่ยาวในมือพลันแตกหัก พวกเขาที่สูญเสียอาวุธไปยิ่งต้านทานกวนสีหลิ่นที่มีพลังแข็งแกร่งดุดันดุจพยัคฆ์ร้ายได้ยากยิ่งขึ้น
เห็นเพียงศพบนพื้นเพิ่มขึ้นทีละศพ กลิ่นเลือดเข้มข้นกระจายไปทั่วบริเวณ ตลบอบอวลไปทั่วอากาศ แขนขาที่ขาดกระจายเต็มพื้นชวนให้อกสั่นขวัญหาย เป็นอีกครั้งที่ต้องตกตะลึงกับพลังต่อสู้ของกวนสีหลิ่น
เจ้าเมืองต้วนกับผู้นำตระกูลเมิ่งเห็นเช่นนี้ก็เริ่มมีขวัญกำลังใจ กอปรกับคนในตระกูลของพวกเขาเข้ามาร่วมด้วย สถานการณ์พลิกกลับมาอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เอง เฟิ่งจิ่วที่อยู่ในรถม้าเห็นผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินสองในสี่คนเตรียมจะลอบโจมตีกวนสีหลิ่นจากข้างหลัง ฝ่ามือพลิกหมุน เข็มเงินสองเล่มพุ่งออกจากมือเธอพร้อมกับกลิ่นอายพลังวิญญาณ
ฟุ่บๆ!
ผู