างอีก แม้พวกเขาจะเจ็บใจ แต่กลับไม่อยากโดนเฆี่ยนโดยไร้เหตุผล
แต่ทว่า ในขณะที่รถม้าเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ปราชญ์โอสถสองคนนั้นกลับหน้าเครียดขึ้นมา ไม่เคยมีใครหักหน้าพวกเขาขนาดนี้ ทั้งสองพลันตวาด “ขวางทางพวกเขาไว้!”
เมื่อสิ้นเสียง ไม่รู้ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณสองคนเหาะมาจากที่ใดมาขวางทางไว้ เห็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณสองคนปรากฏตัว นักเล่นแร่แปรธาตุที่อยู่รอบๆ รีบถอยหลัง ในใจลอบลิงโลด
คราวนี้ดูสิพวกเขาจะไปได้อย่างไร!
เด็กหนุ่มคนหนึ่งมีเหรียญตราปราชโอสถสองเหรียญ? พวกเขาย่อมมีเหตุผลให้เชื่อว่าเหรียญตรานั่นเป็นของปลอม!
“ลากตัวเด็กหนุ่มที่อยู่ในรถม้าออกมา!” ปราชญ์โอสถหนึ่งในสองคนนั้นตะโกนสั่งเสียงเข้ม สายตาคมปลาบจับจ้องไปที่รถม้าคันนั้น เจ้าเด็กสามหาว! ต่อหน้าปราชญ์โอสถอย่างพวกเขาสองคนกลับหลบอยู่ข้างใน ไม่ยอมออกมาเจอหน้า!
วาจานี้ ช่างเป็นการใส่ความเฟิ่งจิ่วยิ่งนัก พวกเขาสองคนออกจากจวนตระกูลเมิ่ง รถม้าจอดอยู่ตรงหน้าประตูจวนตระกูลเมิ่ง เธอขึ้นรถม้าโดยตรง คนขับรถม้าถูกกวนสีหลิ่นไล่ลงมา เพราะเขาจะเป็นคนขับเอง ทั้งสองเพิ่งจะนั่งรถม้าออกมาได้ระยะหนึ่ง ก็ถูกคนพวกนั้นล้อมไว้แล้ว
จะว่าไปแล้ว เรื่องตรงหน้าก็เป็นพวกเขาที่สร้างปัญหาขึ้นมาเอง อีกอย่าง พวกเขาก็ถอยแล้วถอยอีก ยอมแล้วยอมอีก นึกไม่ถึงคนพวกนี้ยังคงตามราวีไม่เลิก แต่ละคนนึกว่าพวกเขาเป็นคนอ่อนแอจึงบีบคั้นไม่เลิก
กวนสีหลิ่นที่มือดึงบังเหียนม้า