งโกรธเกรี้ยว กระชากแขนแล้วลากนางออกมา พอมาถึงข้างนอกก็ผลักนางออกไปแรงๆ แล้วตะคอกด้วยความเดือดดาล “ข้าถามเจ้า เด็กหนุ่มชุดแดงคนนั้นมาอยู่เรือนเดียวกับเจ้าได้อย่างไร? เจ้าอย่าได้ลืมว่าตนเองเป็นใบ้หูหนวก คนเช่นนั้นเจ้ารับมือไม่ไหวหรอก!”
ต้วนอิ๋งอิ๋งมองนางด้วยความตกใจ ได้ยินคำพูดของน้องสาว นางอดก้มหัวไม่ได้ ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเหมือนทำตัวไม่ถูก
“จริงด้วย ข้าลืมไปได้อย่างไรว่าเจ้าเป็นใบ้หูหนวก? เจ้าได้ยินข้าพูดก็แปลกแล้ว! ด่าเจ้าไปก็เปลืองลิ้นเปลืองแรง!” นางแค่นเสียงขึ้นจมูกแรงๆ ถลึงตาจ้องต้วนอิ๋งอิ๋งแล้วหมุนตัวเดินจากไป
ต้วนอิ๋งอิ๋งเงยหน้ามองดูเงาร่างของนางเดินจ้ำออกไป ได้แต่หลุบตาต่ำอย่างเศร้าใจ ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปทำอาหารในครัวต่อ
นางไม่เคยคิดจะไปเทียบกับใคร ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนแห่งนี้ นางอยู่กับความโดดเดี่ยวเพียงลำพัง แม้ทุกข์ใจนางก็จะทำให้ตนเองยิ้มออกมาให้ได้ ในเรือนแห่งนี้ แต่ก่อนมีเพียงนางอาศัยอยู่คนเดียว
ในบ้านหลังนี้ คนเดียวที่ทำให้นางมีความสุข และทำให้นางคิดถึง มีเพียงพี่ชายคนนั้นที่ปีหนึ่งจะกลับมาเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น ส่วนคนอื่น นางรู้นานแล้ว พวกเขาเห็นนางเป็นเพียงอากาศธาตุ ไม่มีใครชอบให้นางอยู่ที่นี่ ไม่ใช่หรือ?
ตรงกันข้าม เฟิ่งจิ่วเป็นเพียงแขกที่ผ่านมา แต่กลับดีกับนางถึงเพียงนี้ ไม่เพียงรักษาให้นางหายเป็นใบ้หูหนวก แต่ยังสอนให้นางมองคนให้ทะลุปรุโปร่ง เหมือนที่พี่ชายกวนบ