ป็นของปลอม”
ได้ยินประโยคนี้ ผู้นำตระกูลเมิ่งชะงัก แล้วหันไปมองเจ้าเมืองต้วน
แต่เจ้าเมืองต้วนกลับหัวเราะขึ้นมาหลังจากอึ้งงันไปครู่หนึ่ง “ทั้งสองกังวลมากไปแล้ว แม้ข้าจะไม่ได้นำเหรียญตราสองเหรียญของคุณชายเฟิ่งไปตรวจสอบดู แต่ข้าก็รู้ ว่าเหรียญตราสองเหรียญนั้นไม่มีทางเป็นของปลอมแน่นอน เพราะความสามารถของเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่านั่นไม่มีทางเป็นของปลอมไปได้”
พูดไป เสียงของเขาก็ขาดหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสริมอีกว่า “ทั้งสองท่านไม่ได้ออกมาข้างนอกนานแล้ว อาจยังไม่รู้ วันนี้เป็นวันที่คุณชายเฟิ่งทำการรักษาให้ท่านพ่อของข้าพอดี อีกทั้งยังรักษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกข้ากำลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน หนำซ้ำโรคร้ายของท่านพ่อของข้าก็ถูกรักษาโดยคุณชายเฟิ่งแล้ว ทั้งหมดนี้ ข้าเห็นเองกับตา”
“โรคร้ายของท่านพ่อของท่านรักษาได้แล้ว?” หนึ่งในนั้นถาม
“เรื่องนี้…เกรงว่าจะเป็นไปไม่ได้” เขาลังเลครู่หนึ่ง แต่ก็ยังคงไม่อยากเชื่อ
“หากไม่ได้เห็นกับตา จะให้พวกข้าสองคนเชื่อได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องจริง?” อีกคนถามด้วยท่าทางหนักแน่น
“ทำไมต้องให้พวกเจ้าได้เห็นกับตา? พวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แล้วเกี่ยวอะไรด้วย?”
เสียงเล็กใสแฝงแววเกียจคร้านดังมาจากรถม้าอีกคัน ทำให้เหล่าคนที่ได้ยินเสียงนั้นต่างไม่พอใจ โดยเฉพาะปราชญ์โอสถสองคนนั้น ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกหมิ่นเกียรติ
“เหอะ! พวกข้าสองคนเป็นปราชญ์โอสถในเมืองนี้ เป็นผู้นำของนักเล่นแร่แปร