ินเข้าไปในถ้ำน้ำแข็งพร้อมกับเจ้าเมืองต้วน ครั้นเข้าไป ไอเย็นปะทะใบหน้า ทั่วร่างถูกปกคลุมด้วยไอเย็นอย่างรวดเร็ว รูขุมขนทั่วร่างราวกับถูกเปิดออก
รู้สึกถึงอากาศหนาวจัดข้างในนี้ เธอรีบขับเคลื่อนลมปราณในร่าง ทำให้กลิ่นอายพลังวิญญาณหมุนเวียนอยู่ในเลือดและชีพจร ไม่นาน ร่างกายก็ค่อยๆ อบอุ่นขึ้น
เจ้าเมืองต้วนที่ยืนอยู่อีกด้านขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างกายเพื่อปกป้องร่างกายตนเองเช่นกัน เขามองเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “คุณชายเฟิ่ง ต้องการให้ข้าทำสิ่งใดหรือไม่?”
“ถอดเสื้อผ้าท่านพ่อของท่านเสีย” เฟิ่งจิ่วบอก มองโต๊ะที่วางอยู่ด้านหนึ่ง นั่นเป็นโต๊ะที่เธอสั่งให้วางไว้ข้างในนี้ เพื่อที่เธอจะได้วางข้าวของสะดวก
“ได้”
เจ้าเมืองต้วนเดินเข้าไปถอดเสื้อผ้าบิดาของเขาที่กำลังหมดสติด้วยตนเอง ถึงอย่างไรในนี้ก็ไม่มีใครทำเรื่องนี้ได้อีกแล้ว เพียงแต่ยิ่งเดินเข้าใกล้เตียงน้ำแข็งเหมันต์พันปี ไอเย็นขุมนั้นก็ยิ่งหนาวเสียดแทงกระดูกเท่านั้น ยิ่งเมื่อเขาเห็นท่านพ่อที่ร่างเปลือยเปล่านอนอยู่บนเตียงน้ำแข็งเหมันต์พันปี บนตัวและบนใบหน้าเริ่มมีชั้นน้ำแข็งบางๆ ก่อตัว ก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วง
สถานที่หนาวเหน็บเช่นนี้ เขาก็ไม่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณคอยปกป้อง ร่างกายจะรับไหวหรือ? จะไม่หนาวจนเกิดปัญหาหรือ? ในใจครุ่นคิด จึงถามด้วยความกังวล “คุณชายเฟิ่ง ท่านพ่อของข้าไม่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณคอยปกป้องร่างกาย นอนบนเตียงน้ำแข็งเหมันต์พันปีเช่นนี้