พยักหน้าหนึ่งทีแล้วเดินไปข้างหน้า
อิ๋งอิ๋งมองท่านพ่อของนาง ก่อนจะส่งยิ้มให้เขา แล้วเดินตามเฟิ่งจิ่วไป
กวนสีหลิ่นยิ้มอย่างอารมณ์ดี พูดกับเจ้าเมืองว่า “ท่านเจ้าเมือง รีบไปพักผ่อนเถิด” กล่าวจบก็เดินตามพวกนางไปด้วย
กลับถึงเรือน ทั้งสามต่างคนต่างแยกย้ายไปอาบน้ำเสร็จ เฟิ่งจิ่วก็ไปหากวนสีหลิ่น “ท่านพี่ คืนนี้ข้าจะฝังเข็มให้อิ๋งอิ๋ง ท่านช่วยข้าเฝ้ายามหน่อย”
“ได้ เจ้าวางใจได้เลย! เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ข้าเอง” เขารับคำ แล้วเดินมาที่หน้าห้องอิ๋งอิ๋ง
เพราะตอนอยู่ข้างนอกได้บอกล่วงหน้าไว้แล้ว เฟิ่งจิ่วจึงผลักประตูเดินเข้าไปเลย พอมาถึงข้างใน ก็เห็นอิ๋งอิ๋งที่สวมเพียงเสื้อผ้าชั้นในรอเธออยู่ เธอยิ้มๆ แล้วเดินไปที่โต๊ะ เขียนบอกนางว่า “ไม่ต้องกลัวนะ”
ต้วนอิ๋งอิ๋งพยักหน้า เพียงแต่นางยังคงอดกลืนน้ำลายไม่ได้ อย่างไรก็ไม่อาจทำใจให้หายกลัวได้ วันนี้ตอนอยู่ข้างนอก เฟิ่งจิ่วบอกว่าเธอสามารถรักษาอาการหูหนวกเป็นใบ้ของนางได้ นางได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ตะลึงตาค้างไป
รักษาได้หรือ หลายปีมานี้ท่านพี่ของนางหาหมอมารักษานางไม่น้อย แต่ไม่มีใครบอกว่ารักษาได้เลย นางนึกว่านางจะต้องเป็นอย่างนี้ไปตลอดชีวิต ไม่ได้ยินเสียงของโลกใบนี้ ไม่ได้ยินเสียงของคนในครอบครัว และไม่อาจเปล่งเสียงพูดไปตลอดกาลเสียแล้ว
นางไม่กล้าหวังลมๆ แล้งๆ ตั้งนานแล้ว แต่พอเฟิ่งจิ่วบอกว่าเธอรักษาได้ นางแทบไม่อยากเชื่อ แต่ถึงอย่างนั้น ในใจก็ยังคงแอบหวังอยู