หารนกเหยี่ยวของเจ้าสำนักที่เป็นถึงสุดยอดสัตว์เทวะด้วย…
นะ นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
เฟิ่งจิ่วไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่ เธอจัดการอันตรายรอบตัวเสร็จก็พยายามทำลายค่ายกลเพื่อหนี แต่กลับพบว่าค่ายกลใหญ่ปกป้องสำนักคล้ายจะไม่เหมือนกับค่ายกลเขตอาคม ยามเธอเข้าใกล้สัมผัสได้ถึงกระแสอากาศพลังวิญญาณขุมนั้น หากคิดจะพุ่งผ่านเขตอาคมนี้ออกไป กลับเหมือนว่าจะต้องถูกดีดกลับมาแน่นอน
“เฟิ่งจิ่ว ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ ไม่ปล่อยแน่! เจ้าอย่าคิดว่าจะหนีออกจากสำนักโอสถตะวันไปได้แม้แต่ครึ่งก้าว! ข้าจะเอาเลือดของเจ้า มาสังเวยเหยี่ยวดำของข้าให้ได้!”
เสียงโกรธแค้นแฝงจิตสังหารของเจ้าสำนักเปล่งออกไป เฟิ่งจิ่วไม่ได้สนใจ เธอกำลังคิดว่าจะทะลวงค่ายกลใหญ่ปกป้องสำนักนี่ออกไปได้อย่างไร นี่เป็นเขตอาคมผสานกับค่ายกลเกิดเป็นค่ายกลใหญ่ หากทะลวงออกไปจากตรงนี้ไม่ได้ เช่นนั้นก็ทำได้เพียงหาจุดเปิดค่ายกลเท่านั้น
ทว่าเฉินเต้าที่อยู่ข้างกายเจ้าสำนัก เห็นเขาหยิบป้ายหยกสองแผ่นออกมาบีบจนแหลก แล้วเปล่งเสียงตะโกนว่า “อัญเชิญเหล่าผู้อาวุโสในสำนัก โปรดช่วยข้าสังหารโจรโฉดที่ล่วงเกินสำนักเรา!”
“อัญเชิญผู้อาวุโสปกป้องสำนัก!”
“อัญเชิญผู้อาวุโสปกป้องสำนัก!”
เสียงตะโกนดังก้องท้องฟ้ายามราตรี ค่ำคืนนี้ สำนักโอสถตะวันแทบจะสะเทือนไปทั้งสำนัก ทุกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ค่ำคืนนี้ เชื่อว่าในอีกหลายปีข้างหน้า คนในสำนักโอสถตะวันจะไม่ลืมเหตุการณ์สะเท