มถึงคำเตือนของเฟิ่งจิ่ว ล้วนทำให้พวกเขาหัวใจบีบรัด ต่างอดแตกตื่นไม่ได้
ลูกศิษย์ทั้งสำนักแตกตื่นลนลานเพราะคำพูดของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเดือดดาลของเจ้าสำนักดังตามมา ก้องกังวานอยู่กลางท้องฟ้า
“แฝงตัวเข้ามาในสำนักของข้า สังหารซานหยางจื่อ วางเพลิงทั่วสำนัก หากไม่ฆ่าเจ้า ผู้คนใต้หล้าจะไม่ครหาว่าสำนักโอสถตะวันของข้าล่วงเกินได้ง่ายหรือ? วันนี้ ถึงเจ้าจะมีสามหัวหกแขน ก็ไม่มีทางหนีออกไปจากอาณาเขตของสำนักเราได้”
เจ้าสำนักที่ยืนมือไพล่หลังอยู่กลางอากาศตะโกนเสียงทุ้ม เสียงที่แฝงไปด้วยแรงกดดันอันแข็งแกร่งกระจายออกไปทั่วทั้งสำนัก สิ้นประโยคนั้น ก็ได้ยินเขาตะโกนสั่งอย่างเกรี้ยวโกรธอีกครั้ง
“เปิดค่ายกลใหญ่ของสำนัก! ขังผู้หญิงจองหองคนนี้ไว้! ห้ามปล่อยให้นางหนีไปได้เด็ดขาด!”
คนที่ทำหน้าที่เฝ้าค่ายกลบนยอดเขาได้ยินคำสั่งของเจ้าสำนัก ก็รีบรวมรวบกำลังคน เปิดค่ายกลใหญ่ป้องกันสำนัก ได้ยินเพียงเสียงระเบิดดังตูม กลิ่นอายพลังวิญญาณขุมหนึ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าปรากฏขึ้นบนพื้นและก่อตัวล้อมรอบสำนักโอสถตะวันไว้ทั้งหมด
รัศมีแสงนั้นแข็งแกร่งน่าพรั่นพรึง แรงกดดันน่าเกรงขามกระจายไปทั่วบริเวณในทันใด ทำให้ลูกศิษย์ทั้งสำนักตกตะลึง พวกเขาถึงขนาดลืมว่าต้องไปดับไฟ ได้แต่ยืนอึ้งและเหม่อมองอยู่อย่างนั้น
สวรรค์! นั่นมันค่ายกลใหญ่ปกป้องสำนัก! ค่ายกลนี้นอกเสียจากว่าจะมีศัตรูตัวฉกาจมาล่วงล้ำถึงจะเปิดใช้งาน หลายปีผ่านไปแล้ว ค่าย