่งหากเผลอแวบเดียวก็อาจตายด้วยน้ำมือของนางเหมือนผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณสองคนเมื่อครู่
เพียงแต่ พวกเขาเลือกถอยในเวลานี้ เกรงว่าจะอยู่ในสำนักโอสถตะวันไม่ได้อีกต่อไป
เจ้าสำนักเห็นผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินสองคนนั้นถอยหนี ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ หันไปพูดกับคนข้างหลังว่า “พวกเจ้าเข้าไปช่วย ต้องจับตัวผู้หญิงคนนั้นมาให้ได้! หากจับเป็นไม่ได้ เช่นนั้นก็ฆ่าเสีย! กล้าล่วงเกินคนในสำนักโอสถตะวันของข้า ข้าไม่มีวันยอมปล่อยไปง่ายๆ แน่!”
พวกคนข้างหลังได้ยินก็ลังเล เพราะพวกเขาดูอยู่ตรงนี้มานานแล้ว แล้วก็ดูออกด้วยว่าพลังต่อสู้ของผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา เกรงว่าหากพวกเขาเข้าไปก็มีแต่จะ…
อาจเพราะเห็นถึงความลังเลของพวกเขา เจ้าสำนักจึงเอ่ยปากให้คำมั่นว่า “ไม่ว่าเป็นหรือตาย ขอเพียงจับตัวมาได้ ข้าจะมอบยาวิเศษให้พวกเจ้าคนละเม็ด!”
ได้ยินอย่างนี้ พวกเขาตาเป็นประกาย ความลังเลในเสี้ยวนาทีนั้นถูกล่อลวงด้วยผลประโยชน์อันใหญ่หลวง ยาวิเศษ! อีกทั้งยังเป็นยาที่เจ้าสำนักรับปากจะให้ด้วยตนเอง นั่นต้องไม่ใช่ของที่จะหาได้จากข้างนอกแน่นอน!
แม้รู้ว่าหากลงมือแล้วอาจต้องบาดเจ็บหรือตายได้ แต่ภายใต้ผลประโยชน์ที่น่าเย้ายวนเช่นนี้ พวกเขาก็ยังคงหวั่นไหว พวกเขาจึงรับคำด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
“ขอรับ!”
สิ้นเสียง ผู้ฝึกตนหลายคนเหาะออกไป พุ่งเข้าไปหาเฟิ่งจิ่วที่อยู่ด้านหน้า ส่วนผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินสองคนนั้นที่ได้ยินคำพูดของเจ้าสำนัก แ