อนนี้เอง ซั่งกวนหวั่นหรงที่เดิมทีหมดสติอยู่กลับฟื้นขึ้นมาเพราะกินยาที่เฟิ่งจิ่วป้อนให้ นางได้ยินคำพูดของเฟิ่งจิ่วรางๆ
“ไม่ จะไปก็ไปด้วยกัน” นางพยายามจะลุกขึ้น แต่สองขากลับอ่อนแรงล้มลงไปอีกครั้ง โชคดีที่อสูรกลืนเมฆาก้มหมอบบนพื้นเพื่อรองรับร่างนางไว้
“ท่านแม่ ท่านไปก่อน ท่านไปแล้วข้าถึงจะไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง!” เฟิ่งจิ่วหันมาบอก น้ำเสียงแข็งกร้าวเล็กน้อย “ท่านไปแล้วข้าถึงจะมีโอกาสรอดออกไปจากที่นี่ได้ รีบไปเสีย! หนีไปกับอสูรกลืนเมฆา!”
“แต่ว่า…”
จะให้นางที่เป็นมารดาหนีไปก่อน แล้วปล่อยให้ลูกสาวเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่อันตรายอย่างนี้ นางไม่วางใจ
“วางใจเถิดขอรับ! นายท่านไม่เป็นไรแน่นอน ข้าจะส่งท่านออกไปก่อน บางทีอาจยังกลับมารับนายท่านได้อีก” อสูรกลืนเมฆาบอก แล้วดึงนางขึ้นมาหมอบลงบนแผ่นหลังตนเอง “ท่านจับขนบนหลังของข้าไว้ จะได้ไม่ตกลงมา”
ได้ยินลูกสาวและอสูรกลืนเมฆาพูดอย่างนั้น ซั่งกวนหวั่นหรงเองก็รู้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าตนเองไม่อาจช่วยอะไรได้ กระทั่งอาจกลายเป็นตัวถ่วงของเธอด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ นางทำได้เพียงทิ้งตัวลงบนแผ่นหลังของอสูรกลืนเมฆา ดึงขนของมันไว้ แล้วหันไปบอกกับเฟิ่งจิ่วว่า “เจ้าต้องมีชีวิตรอดนะ แม่จะรอเจ้ากลับบ้าน”
“ข้าจะกลับไปหาท่านแน่นอน” เฟิ่งจิ่วพยักพเยิดให้อสูรกลืนเมฆา ไม่นานก็เห็นอสูรกลืนเมฆาแบกซั่งกวนหวั่นหรงหนีไปทางหลังเขา
เห็นซั่งกวนหวั่นหรงถูกอสูรกลืนเมฆาพาหนีไป ซานหยางจื