ง แต่พวกเราจะมีเหตุผลอะไรไปขัดขวางเล่า? หากเจ้าสำนักรู้เข้า เกรงว่า…”
“ท่านอาจารย์ ในสายตาคนนอก ยอดเขาซานหยางเป็นเสมือนผู้นำของยอดเขาต่างๆ หากปล่อยให้ซานหยางจื่อผู้นั้นหลอมยาฝืนลิขิตสวรรค์อะไรขึ้นมาได้อีก เกรงว่าหากถึงเวลานั้นเมื่อท่านอาจารย์พบหน้าเขาก็คงต้องก้มหัวให้เขาอย่างเกรงอกเกรงใจ ตัวศิษย์แม้ถูกหัวเราะเยาะไม่เป็นไร เพียงแต่ศิษย์ไม่อยากได้ยินคนนอกวิพากษ์วิจารณ์กันว่ายอดเขาเราสู้ยอดเขาซานหยางไม่ได้จริงๆ ขอรับ”
ได้ยินอย่างนั้น เจ้าเขาผู้นั้นทำหน้าขรึม มือที่กำลังลูบหนวดชะงักหยุด พาลกระตุกหนวดของตนเองหลุดมาสองเส้น เจ็บจนเขาหลุดร้องออกมา
เขาเหลือบมองลูกศิษย์ตนเองอย่างประดักประเดิดเล็กน้อย ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วสั่งว่า “หากเรื่องนี้เป็นความจริง เช่นนั้น เจ้ามานี่” เขากวักมือเรียกให้ลูกศิษย์คนนั้นเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบออกคำสั่งสองสามประโยค จากนั้นก็โบกมือ “ไปเถิด!”
“ขอรับ ศิษย์จะไปจัดการเดี๋ยวนี้” ลูกศิษย์คนนั้นทำหน้าดีใจ รีบสาวเท้าเดินจากไป
ขณะเดียวกัน ในถ้ำบนยอดเขาชั้นที่เก้าของยอดเขาซานหยาง ซั่งกวนหวั่นหรงที่กำลังหมดสติได้กลิ่นยาฉุนเสียดแทงจมูกจนฟื้นขึ้นมา นางลืมตาอย่างสะลึมสะลือ เห็นซานหยางจื่อกำลังหยิบแส้ที่แช่ยาไว้ออกมา แล้วเดินมาหยุดตรงหน้านาง
“ตื่นแล้วหรือ? ตื่นแล้วก็ดี”
ซานหยางจื่อถือแส้ยืนอยู่ห่างจากนางสามก้าว และจ้องมองนางจากตรงนั้น “หวั่นหรงเอ๋ย ความจริงเจ้าจะโทษอาจารย์ก