็จ ข้าจะตบรางวัลให้เจ้าอย่างงาม”
“ขอรับ ขอบพระคุณอาจารย์มากขอรับ”
เขารีบแสดงสีหน้าดีใจ และกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป แต่ครั้นหมุนตัว รอยยิ้มบนใบหน้าเขากลับจางไป ท่าทางเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดหนักใจ
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ในมุมมืดมองดูภาพนั้นเงียบๆ นัยน์ตาไหวระริก ลอบครุ่นคิดในใจ เธอจะช่วยอย่างไรดี? จะช่วยตอนไหน? ช่วยคนได้แล้วจะหนีไปอย่างไร? ต้องคิดอย่างละเอียดรอบคอบ แต่เรื่องที่มั่นใจได้คือ ตอนนี้ไม่ใช่โอกาสดีที่จะลงมือ
เพื่อไม่เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น เธอทำได้เพียงซ่อนตัวต่อไป รอโอกาสที่ดีที่สุดในการลงมือ
ซานหยางจื่อเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนเหิน แต่เธอเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ แม้ระดับพลังจะต่างกันหนึ่งขั้น แต่ซานหยางจื่อไม่ได้ฝึกฝนพลังต่อสู้เป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ เรื่องการต่อสู้เธอยังมีโอกาสชนะอยู่บ้าง
แต่ปัญหาก็คือ จะช่วยท่านแม่ของเธอแล้วส่งตัวนางออกไปอย่างปลอดภัยได้อย่างไร? ปะทะกับซานหยางจื่อ ความรุนแรงจะต้องทำให้ทั้งสำนักแตกตื่นอย่างแน่นอน หากคนทั้งสำนักรุมโจมตีเธอ เช่นนั้นเธอจะส่งตัวท่านแม่ออกไปอย่างปลอดภัยได้อย่างไร?
ส่วนเรื่องที่จะกระชากหน้ากากของซานหยางจื่อนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว หากคนในสำนักรู้ พวกเขาไม่มีทางยอมให้ข่าวซานหยางจื่อสังหารศิษย์แพร่งพรายออกไปแน่นอน พวกเขามีแต่จะช่วยปิดบังความจริงเท่านั้น
หากข่าวฉาวแพร่ออกไป มีแต่จะส่งผลเสียต่อสำนักของพวกเขา อีกอย่าง