จ น่าจะไม่ใช่นางนะขอรับ”
ต้วนมู่ไป๋ยืนนิ่งราวกับไม่ได้ยินอะไร ความคิดมากมายผุดขึ้นมาในสมอง ไม่ใช่นาง? จะไม่ใช่นางได้อย่างไร? นางออกจากสำนักวันนี้ ถึงท่านอาจารย์บอกว่าจะเก็บตัวฝึกพรุ่งนี้ แต่ ใครจะไปรู้…
ท่านอาจารย์…ใช่แล้ว ท่านอาจารย์!
ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหมุนตัวแล้วรีบไหวตัวกลับไป
ในอีกด้าน เฟิ่งจิ่วขึ้นไปบนยอดเขาชั้นที่เก้าโดยใช้เส้นทางเดิม ซึ่งก็คือหลังเขา ซานหยางจื่อสร้างเขตอาคมและค่ายกลไว้หลายชั้น เพื่อไม่ให้คนอื่นขึ้นมาจากด้านหลัง บางทีอาจเพราะเขามั่นใจเกินไป จึงทำให้เธอขึ้นลงได้ตามใจ
และตอนที่เธอปีนขึ้นไปบนชั้นเก้าจากข้างหลัง ซานหยางจื่อเอาตัวซั่งกวนหวั่นหรงที่หมดสติอยู่ขังไว้ในห้องหลอมยาของเขา มองดูบาดแผลบนตัวและรอยข่วนที่ลึกจนเห็นกระดูกบนแขนตนเอง สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
ใครกันแน่? ใครกันแน่ที่รู้ว่าเขาจะลงมือกับซั่งกวนหวั่นหรง?
ต้วนมู่ไป๋? ไม่มีทางเป็นเขา สัตว์ที่ผูกพันธะสัญญากับเขาเป็นเพียงสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดตัวหนึ่งเท่านั้น แต่หากไม่ใช่เขา แล้วจะเป็นใครได้อีก?
สัตว์เทวะอสูรกลืนเมฆาเดิมก็เป็นสัตว์ที่ดุร้ายกระหายเลือดอยู่แล้ว แล้วเขาก็เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ แม้จะฝึกบำเพ็ญถึงระดับเซียนเหินแล้ว แต่ก็ฝึกบำเพ็ญกลิ่นอายพลังวิญญาณเป็นหลัก ทักษะการต่อสู้ไม่ได้สำคัญกับพวกเขาเท่าการหลอมยา หากต้องประมือกันซึ่งๆ หน้า เขาไม่มีความมั่นใจว่าจะชนะสัตว์นักสู