พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ต้องจำคำแม่ไว้ให้ดี เป็นเด็กดีแล้วกลับบ้านไปเสีย”
เฟิ่งจิ่วลืมตาแล้วเห็นว่าเป็นนาง ก็อดคลี่ยิ้มอย่างเกียจคร้านไม่ได้ “ท่านแม่ เมื่อคืนท่านบอกว่าจะออกเดินทางช่วงบ่ายไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงรีบตื่นเช้าเช่นนี้เล่าเจ้าคะ…”
เพิ่งจะสิ้นเสียง ก็เห็นนางสกัดจุดลมปราณของเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอนอนอยู่บนเตียงโดยไม่อาจขยับตัวได้
เธอเบิกตากว้าง มองนางด้วยความตกตะลึง “ท่านแม่ ท่านจะทำอะไร? รีบคลายจุดลมปราณให้ข้านะเจ้าคะ”
“เจ้านอนหลับอยู่ที่นี่ดีๆ แม่ไปก่อน เจ้าอย่าตามมา ไม่เช่นนั้นจะอันตรายเกินไป” ซั่งกวนหวั่นกรงพูดเสียงเบา แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอ
เฟิ่งจิ่วได้ยิน ก็รีบบอกว่า “ท่านแม่ ท่านคลายจุดลมปราณให้ข้าก่อน ข้ารับปากว่าจะไม่ตามท่านไป”
ได้ยินอย่างนั้น ซั่งกวนหวั่นหรงอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ นางยื่นมือมาหยิกจมูกเฟิ่งจิ่ว “อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้ว่าเจ้าคิดสิ่งใดอยู่ เจ้ารับปากอย่างไรแม่ก็ไม่เชื่อเจ้าหรอก เด็กดี ไม่ดื้อนะ”
ขณะพูด สีหน้านางเปลี่ยนเป็นจริงจัง กล่าวว่า “เทียบกับความปลอดภัยของแม่ แม่เป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้ามากกว่า มีเพียงเจ้าปลอดภัย แม่ถึงจะวางใจ”
นางรู้ว่าเด็กคนนี้จะต้องตามนางไปแน่นอน แต่นางจากไปคราวนี้กลับไม่อาจพาเธอไปด้วย ไม่เช่นนั้นจะเป็นภาระให้เธอ มีเพียงนางต้องไปก่อนเท่านั้น ถึงซานหยางจื่อจะลงมือกับนาง ก็จะไม่ทำให้เธอเป็นอันตรายไปด้วย
“ท่านแม่ ท่านพ