ก้าเด็ดขาด”
พวกเขาได้ยินอย่างนั้น ก็อดมองหน้ากันแวบหนึ่งไม่ได้ จากนั้นก็รับคำอย่างนอบน้อม “ขอรับ ศิษย์น้อมรับคำสั่งของท่านอาจารย์”
ในอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วรออยู่ที่ยอดเขาชั้นแปด ครั้นเห็นท่านแม่ของเธอลงมาจากยอดเขาชั้นเก้า ก็หมายจะเดินเข้าไปต้อนรับ ทว่าเมื่อเห็นข้างหลังยังมีศิษย์จากยอดเขาอื่นหลายคนเดินลงมาขณะพูดคุยกัน เธอจึงชะงักเท้า
ถึงอย่างไร เธอก็เป็นเพียงศิษย์ชั้นล่างคนหนึ่ง ดูอย่างไรก็แปลก ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่เดินเข้าไปหา กลับประสานมือยิ้มตาหยี แล้วพูดกับท่านแม่ของเธอว่า “ยินดีกับอาจารย์อาซั่งกวนที่ทะลวงขั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณด้วยนะขอรับ”
ซั่งกวนหวั่นหรงได้ยินก็ยิ้มน้อยๆ “อืม” จากนั้นก็เดินผ่านเธอ แล้วเดินเข้าไปในถ้ำก่อน
เฟิ่งจิ่วยืนอยู่ด้านหนึ่ง มองดูศิษย์จากยอดเขาอื่นสองสามคนข้างหลังที่กำลังพูดคุยกันพลางเดินห่างออกไป ขณะกำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในถ้ำ ก็เห็นพวกต้วนมู่ไป๋เดินมาจากข้างหลัง
“เหตุใดเจ้ายังอยู่ที่นี่อีก?” ต้วนมู่ไป๋จ้องเฟิ่งจิ่ว คิ้วขมวดเล็กน้อย สีหน้าดูไม่ค่อยชอบใจ
เฟิ่งจิ่วกระพริบตาปริบๆ “อาจารย์อาต้วน ข้าเป็นศิษย์ชั้นล่างนะขอรับ! งานของข้าล้วนต้องวิ่งขึ้นวิ่งลง ข้าอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกกระมังขอรับ?” ต้วนมู่ไป๋ผู้นี้ เหตุใดจึงชอบจับผิดเธอนัก? เธอไม่เคยไปทำอะไรให้เขาสักหน่อย
“ในเมื่อเจ้ารู้ว่าตนเองเป็นศิษย์ชั้นล่าง เช่นนั้นก็รีบกลับชั้นล่างไปเสีย”