คนหนึ่ง หากมีวิชาแพทย์จริงก็ไม่ใช่ศิษย์ชั้นล่างแล้ว ถึงเวลานั้นหากพวกเขาจัดการข้าเพราะคิดว่าข้าเป็นไส้ศึกหรืออะไรทำนองนั้น ข้าจะไปร้องไห้กับใครเล่า?”
“จริงด้วย เจ้ามีวิชาแพทย์ เหตุใดจึงเป็นศิษย์ชั้นล่าง? หรือว่าเจ้าเป็นไส้ศึกจริงๆ?” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ รู้สึกว่าเรื่องนี้ประหลาดนัก!
เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก ปากพาซวยแท้ๆ พูดถึงอะไรเขาก็ถามถึงเรื่องนั้น หากยังพูดต่อไปเดาว่าเขาต้องถามไม่มีวันจบแน่
“เอ๊ะ เฟิ่งจิ่ว หรือเจ้า…”
เธอยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เขาถามต่อไป “ข้าจะไปดูศิษย์พี่เฉิน” พูดจบ เธอก็เดินเข้าไปในถ้ำของเฉินเต้า
เมื่อมาถึงข้างใน เธอตรวจชีพจรให้เฉินเต้า แล้วตรวจระดับการฟื้นตัวของกระดูกสันหลังส่วนเอวของเขา พลางถามว่า “ยาขี้ผึ้งนี้ทาให้เขาเมื่อใด?”
“เมื่อเช้าเพิ่งทาไปเอง” ลั่วเหิงที่เดินตามหลังมาตอบเธอ เขาเองก็มายืนข้างเตียง แล้วถามว่า “เฟิ่งจิ่ว ศิษย์พี่เฉินไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว เขาดื่มแค่ยาน้ำพวกนั้นที่เจ้าเตรียมให้ ร่างกายเขาจะรับไหวหรือ?”
“ไม่มีปัญหา”
เธอตอบ แล้วถามว่ายาน้ำเหลืออีกเท่าไร หลังจากตรวจดูหนึ่งรอบแล้ว ก็เอาไว้ให้อีกหลายขวด พลางบอกว่า “อีกครึ่งเดือนก็แล้วกัน! อีกครึ่งเดือนก็ให้เขาฟื้นขึ้นมากินอาหารเองได้แล้ว เมื่อถึงตอนนั้น ตัวเขาเองก็จะสามารถรับรู้ได้ถึงระดับการฟื้นตัวของกระดูกสันหลังส่วนเอวของเขาแล้ว”
เห็นลั่วเหิงเอาแต่จ้องเธอโดยไม่พูดอะไร ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไ