หน้าผาด้านล่างกลับขึ้นมา
ประมาณครึ่งชั่วยาม นางก็ถูกดึงขึ้นมาจากด้านล่าง เฟิ่งจิ่วเดินเข้าไปดู เห็นว่าจุดที่เสื้อผ้าของนางถูกขูดจนสกปรกกลับไม่มีรอยแผลอะไร จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ไม่เป็นไรใช่ไหมขอรับ? ยาเด็ดได้หรือยัง?” เฟิ่งจิ่วถาม พลางช่วยปลดเชือกออกจากตัวนาง
“เด็ดได้แล้ว เจ้าดู นี่ก็คือชบาป่าหินเหล็ก เป็นหนึ่งในตัวยาหลักที่ขาดไม่ได้ในการหลอมยาเพิ่มอายุขัย” ซั่งกวนหวั่นหรงยิ้มบาง หยิบยาทิพย์ที่เด็ดได้ออกมาให้เฟิ่งจิ่วดู แล้วบอกว่า “ข้ายังจับงูพิษที่เฝ้าชบาป่าหินเหล็กมาได้ด้วย เป็นงูนิลทองตัวหนึ่ง”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วอึ้ง พลางแตกตื่น “งูนิลทองเป็นงูพิษร้ายแรง ตอบสนองรวดเร็ว ท่านไม่ได้ถูกกัดกระมัง?”
“ไม่ได้ถูกกัด มันเร็ว แต่ข้าเร็วกว่ามัน” นางยิ้มแล้วเก็บยาทิพย์ ตบเสื้อผ้าบนตัว แล้วบอกว่า “ขาดยาอีกสองชนิดก็จะครบแล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วกล่าว “ยาสองชนิดนั้นคือยาอะไรหรือขอรับ? ข้าช่วยหาได้นะ”
ได้ยินประโยคนี้ ซั่งกวนหวั่นหรงยิ้ม “ถึงเจ้าจะรู้จักยาทิพย์เป็นอย่างดี และคอยส่งยาทิพย์บนยอดเขามาก็ช่วงหนึ่งแล้ว แต่ยาสองอย่างนั้นพบเห็นได้น้อยมากในสำนัก ถึงเจ้าจะเห็น ก็อาจจะไม่รู้จัก” เพราะยาสามชนิดนั้น แม้แต่นางก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน
“ท่านไม่บอก แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่รู้จัก?” เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาที่หยีเพราะรอยยิ้มจ้องมองนาง พูดอย่างภาคภูมิใจ “ข้าเก่งมากนะขอรับ ไม่มียาทิพ