ึงมี
เพียงแต่ สภาพน่าอเนจอนาถของพวกเขาแต่ละคน รวมถึงใบหน้าซีดเผือด กระทั่งบางคนยังคงตัวสั่นอยู่เล็กน้อย ดูอย่างไรก็ไม่เป็นธรรมชาติสักนิด ยิ่งพวกเขาพยายามวางท่า ก็ยิ่งดูขัดกันจนน่าขำ
หลังจากเก็บผนึกอสูร เฟิ่งจิ่วหมุนตัวเดินไปหาสองคนที่อยู่ข้างหลัง แล้วยื่นมือไปตรงหน้าพวกเขา เผยรอยยิ้มไร้พิษภัย “พวกท่านยังไม่ได้ให้ข้าเลย”
สองคนนั้นชะงักเล็กน้อย นึกถึงความโหดร้ายยามสังหารหมาป่าของเขาเมื่อครู่ หัวใจสั่นไหว รีบหยิบเหรียญทองและอัญมณีมีค่าวางลงกลางฝ่ามือทั้งสองข้างของเฟิ่งจิ่ว
เห็นเฟิ่งจิ่วชั่งน้ำหนักของพวกนั้นด้วยมือ ทั้งสองรีบบอก “พวกข้ามีแค่นี้ เดิมทีเข้ามาในดินแดนลับไม่ต้องใช้เหรียญทองอยู่แล้ว ฉะนั้นพวกข้าจึงไม่ได้มีมากขนาดนั้นจริงๆ กลับเป็นยาอายุวัฒนะที่ยังพอมีอยู่บ้าง เจ้าจะเอาหรือไม่?”
พูดจบ ไม่เพียงคนอื่นๆ ที่รู้สึกแปลก แม้แต่สองคนที่กำลังพูดก็ยังรู้สึกแปลกมากเช่นกัน สีหน้าพวกเขาแลดูประหลาดขึ้นมา
ที่ผ่านมาล้วนมีแต่คนอื่นขอให้พวกเขามอบยาให้หรือไม่ก็ขอซื้อยาจากพวกเขา นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาถามศิษย์ชั้นล่างที่เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งว่าจะเอายาของพวกเขาไหม ซ้ำยังมอบให้เปล่าๆ ความรู้สึกนี้ช่างประหลาดนัก
“ช่างเถิด ถึงจะอยู่กันคนละยอดเขา แต่อย่างไรก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ข้าคงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับพวกท่านมากนักหรอก”
เธอยิ้มๆ เก็บของในมือ แล้วแนะนำพวกเขาว่า “พวกท่านรีบออกไปที่รอบนอกเถิด! ในส่