ไกลเกิน จับไม่ได้ก็ช่างเถิด ไปถึงข้างในนั้นเมื่อไรต้องมีอีกแน่”
ทว่า พวกเขาล้วนกำลังยุ่งอยู่กับการวิ่งไล่จับหญ้าพราย มีเวลาสนใจฟังเขาพูดเสียที่ไหน?
มองดูกลุ่มคนที่หายไปจากครรลองสายตาในพริบตา เฟิ่งจิ่วกับเฉินเต้ารวมถึงลั่วเหิงยืนอึ้งงันอยู่ท่ามกลางความมืด รู้สึกเพียงลมระลอกหนึ่งพัดผ่านร่างกาย จึงอดขดตัวไม่ได้
“นี่มัน…หากทุกคนหลงกลุ่มกันไปจะเป็นอย่างไร?” เฟิ่งจิ่วลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ถามออกมา เพราะสถานการณ์ตรงหน้า หากคนพวกนั้นเอาแต่วิ่งตามหญ้าพรายไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้องหลงกลุ่มกันไม่ใช่หรือ?
“หากแตกกลุ่มกันข้างในนี้ก็เท่ากับตัวคนเดียวแล้ว นักเล่นแร่แปรธาตุที่ตัวคนเดียวมีพลังป้องกันตัวเองไม่มากพอ อีกทั้งหากเจอนักเด็ดยาทิพย์คนอื่น ใครที่อยู่ตัวคนเดียวก็อาจรักษายาทิพย์ไว้ไม่ได้”
ได้ยินประโยคนี้ เธอมองเฉินเต้าที่กำลังอธิบาย เห็นเขาส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา “ความจริงหากสามารถเคลื่อนไหวตามลำพัง ข้าคิดว่าไม่ร่วมทางกับพวกเขาจะดีกว่า คนพวกนั้นแม้เจออันตรายก็ไม่แน่ว่าจะช่วยเหลือกัน อีกอย่างพวกเจ้าดูสิ เฮ้อ มีแต่จะเพิ่มความยุ่งยากให้ข้า”
“ฮี่ๆ ศิษย์พี่เฉินจะตามหาพวกเขาใช่ไหมขอรับ?”
ลั่วเหิงที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งฉีกยิ้มกว้าง มองเฉินเต้า แล้วประจบว่า “ศิษย์พี่เฉิน ถึงบางครั้งท่านจะไม่เอาถ่านอยู่บ้าง แต่กลับมีความรับผิดชอบสูงนัก ในเมื่อท่านเป็นหัวหน้ากลุ่ม ข้าเชื่อว่าท่านจะตามหาทุกคนกลับมาจนครบ