้องการบังคับลูกคนนั้นออกไปใช่ไหม เธอถึงไม่กลับไปน่ะ?]
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองข้อความที่แล่นผ่านตรงหน้า “ไม่มีลูกสาวจริงหรือปลอม และฉันไม่ได้ต้องการบังคับให้เธอออกไป เพียงแต่ว่าฉันเข้ากับบรรยากาศของตระกูลเฝ่ยไม่ได้ หลังจากพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ แล้ว ฉันก็ตัดสินใจที่จะลืมกำพืด และไม่กลับไปที่ตระกูลนั่นก็แค่นั้น”
[บรรยากาศในครอบครัวเหรอ เธอช่วยบอกฉันให้เจาะจงกว่านี้ได้ไหม?]
[น่าขันจะตาย คอมเมนต์บนไม่เห็นข้อความที่คุณชายตระกูลต่งโพสต์หรือไง? ลูกสาวปลอมมีคู่หมั้นและกำลังคบซ้อนกับเพื่อนสนิทของคู่หมั้นตัวเอง นิสัยของเธออาจพูดยากก็จริง ทว่ากระทั่งนายน้อยตระกูลเฝ่ยยังไม่เคยปรากฏตัวตั้งแต่ต้นจนจบ ในขณะที่ลูกชายคนโตของตระกูลเฝ่ยดูเคร่งขรึมราวกับว่าใครติดหนี้เขาร้อยล้าน และพ่อผู้ให้กำเนิดของไป๋ลู่ก็ได้ไปเชิญนักพรตแปลก ๆ และบอกว่าเธอจะต้องหลั่งเลือดเพื่อทำพิธีเข้าบ้าน คุณนายเฝ่ยเกลียดไป๋ลู่ ทั้งยังพูดเองว่าไม่ต้อนรับเธอในฐานะลูกสาว …ทัศนคติของทั้งครอบครัวก็ไม่เป็นมิตร แม้แต่คนธรรมดาก็ยังไม่ต้องการจดจำคนแบบพวกเขาหรอกจริงไหมล่ะ?]
[โอ้ (‵o′) ช่วยเล่าให้ระเอียดหน่อยสิ ฉันอยากเผือกแล้ว!]
“เอาละ นับจากนี้เป็นต้นไป ห้ามพูดถึงเรื่องครอบครัวและความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นออกอากาศนะคะ” เฝ่ยไป๋ลู่พูดขึ้น ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนหัวข้อคอนเทนต์ทันควัน “คอนเทนต์ที่ว่าด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์จะเริ่มในอีกห้านาที ทุกคนสามา