่างกายร่วงลงด้านล่างเล็กน้อย
เธอคว้าก้อนหินไว้ได้ แล้วเหลือบมองก้อนหินที่กลิ้งตกลงไปแวบหนึ่ง จากนั้นก็ปีนขึ้นไปอีกครั้ง ในใจลอบคิด น่าจะผูกเชือกไว้ตรงนี้สักเส้น จะได้ปีนขึ้นจากข้างหลังสะดวกหน่อย!
ผ่านไปไม่นานก็มาถึงข้างบน หลบหลีกค่ายกลพลางเก็บงำกลิ่นอายแล้วมุ่งหน้าไปยังป่าไผ่
ที่พักของซานหยางจื่อไม่ได้เป็นถ้ำ แต่เป็นสวนไผ่แห่งหนึ่ง สวนไผ่อยู่ท่ามกลางป่าไผ่ผืนกว้างดูเงียบสงบมาก ไผ่ในนั้นเป็นไผ่วิญญาณ อีกทั้งในป่าไผ่ยังมีค่ายกลปิดกั้นไม่ให้คนนอกเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย ทว่า สำหรับเธอค่ายกลเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากผ่านค่ายกลในป่าไผ่มาได้อย่างง่ายดาย ก็มาถึงบริเวณสวนไผ่แห่งนั้น คราวก่อนเธอเคยแอบเข้ามาครั้งหนึ่ง แต่กลับไม่เห็นซานหยางจื่อผู้นั้น ทว่าตอนนี้ กลางดึกสงัดแสงไฟในสวนไผ่กลับยังสว่างจ้า ยังคงเห็นเงาร่างของท่านแม่เธอทอดอยู่บนกำแพงภายใต้แสงไฟ
เห็นเช่นนั้น เธอกลั้นหายใจแล้วแอบเข้าไปใกล้ๆ อยากเห็นว่าพวกเขาทำอะไรอยู่ข้างใน? มีเรื่องใดที่ต้องคุยกันยามดึกดื่นเช่นนี้?
“เจ้าเป็นคนที่ข้าพากลับมาจากแคว้นระดับล่าง แล้วยังรับเป็นศิษย์ปิดสำนักอีกด้วย เจ้าต้องพยายามมากกว่าผู้อื่น จึงจะไม่เป็นการทรยศต่อการสั่งสอนที่ข้ามอบให้เจ้า”
ในเรือนไผ่ ชายวัยกลางคนที่นั่งหลังตรงกล่าวเสียงขรึม สายตาคมปลาบคู่นั้นจ้องซั่งกวนหวั่นหรงที่กำลังยืนอย่างนอบน้อมอยู่ด้านหน้า พูดเสริมว่า “จำคำข้าไว้