ั้นได้ไปลงชื่อเข้าร่วมกลุ่มฝึกเด็ดยาในดินแดนลับที่จะมีขึ้นในอีกหนึ่งเดือนหรือยัง?”
ทว่า พอพูดจบประโยคเขาเหลือบมองเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง จากนั้นก็ตบหน้าผากตัวเอง “ดูความจำข้าสิ เจ้าเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน แต่การฝึกนั่นต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังจึงจะลงชื่อเข้าร่วมได้ แต่ถ้าเจ้าขอร้องข้า ข้าก็อาจจะพาเจ้าไปด้วยกันได้”
ขณะกล่าว เขาลูบหนวดเลขแปดของเขา แล้วเหล่มองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง
ได้ยินประโยคนั้น เฟิ่งจิ่วชะงักงันเล็กน้อย จากนั้นก็หัวเราะ “ขอบคุณศิษย์พี่เฉินที่หวังดี แต่ข้ายังต้องส่งยาทิพย์ให้อาจารย์อาทั้งหลายบนยอดเขาชั้นแปดอีก กลุ่มฝึกเด็ดยาในดินแดนลับอะไรนั่น ข้าไม่ไปดีกว่าขอรับ”
“อ้อ? นึกไม่ถึงว่าเจ้าวิ่งขึ้นวิ่งลงทุกวัน กลับไม่รู้ว่าครั้งนี้ลูกศิษย์ทั้งห้าคนของปรมาจารย์ซานหยางต้องไปด้วยกันหมด? นี่เป็นคำสั่งของปรมาจารย์ซานหยางโดยตรง แต่ก็จริง เจ้าเป็นเด็กส่งของตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไรกัน”
เฟิ่งจิ่วอึ้ง “อาจารย์อาทั้งห้าต้องไปด้วยกันหมดหรือขอรับ? เช่นนั้นอาจารย์อาซั่งกวนก็ต้องไปด้วยน่ะสิ? การฝึกนั่นมีอันตรายไหมขอรับ? ข้าเหมือนเคยได้ยินมาว่าการฝึกบำเพ็ญตนของอาจารย์อาซั่งกวนไม่ได้อยู่ระดับสูงมาก”
ได้ยินอย่างนั้น เฉินเต้าเหล่มองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง “เหมือนเจ้าจะสนใจอาจารย์อาซั่งกวนเป็นพิเศษ?”
“แหะๆ” เฟิ่งจิ่วยิ้มเหยเก “นั่นเป็นเพราะปรมาจารย์ซานหยางมีลูกศิษย์หญิงเ