ารย์โอสถขั้นเจ็ด ส่วนท่านแม่ของเธอเป็นเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุระดับอาจารย์โอสถขั้นห้าเท่านั้น
ระดับของนักเล่นแร่แปรธาตุเริ่มตั้งแต่ลูกศิษย์ติดตาม นักเล่นแร่แปรธาตุ อาจารย์โอสถ ปราชญ์โอสถ เจ้าโอสถ เซียนโอสถ ผู้สูงศักดิ์โอสถ และเทพโอสถ แต่ละระดับแบ่งย่อยออกเป็นอีกเจ็ดขั้น ยิ่งระดับสูงก็ยิ่งพัฒนาได้ยากขึ้น
สำนักโอสถตะวันเป็นสำนักกลั่นยาเซียนอันดับหนึ่งของแปดจักรวรรดิใหญ่ ระดับนักเล่นแร่แปรธาตุสูงสุดของเจ้าสำนักก็คือเซียนโอสถขั้นห้า รองลงมาก็เป็นระดับของเจ้าเขาของแต่ละยอดเขา
เจ้าเขาแต่ละคนส่วนมากมักอยู่ในระดับเซียนโอสถขั้นหนึ่งถึงขั้นสาม แม้แต่ซานหยางจื่อเองก็อยู่แค่ระดับเซียนโอสถขั้นสามเท่านั้น แต่หากต้องการจะเลื่อนระดับอีกกลับเป็นเรื่องที่ยากมาก
นักเล่นแร่แปรธาตุให้ความสนใจกับการกลั่นยาเซียนเป็นหลัก ย่อมต้องละเลยการฝึกบำเพ็ญ นี่ก็เป็นเหตุผลว่าในแปดจักรวรรดิใหญ่อันแข็งแกร่งนี้ พวกเขามีระดับและฐานะของนักเล่นแร่แปรธาตุที่ไม่ธรรมดา แต่การฝึกบำเพ็ญกลับสู้ไม่ได้แม้แต่คนในตระกูลที่อยู่ข้างนอกบางส่วน
เดาว่าหากพวกเขากลั่นยาเซียนไม่เป็น แล้วต้องการจะพัฒนาให้ถึงขั้นนี้ในด้านการฝึกบำเพ็ญ ก็เป็นเรื่องที่ยากมากแน่ เพราะอย่างไรแต่ละคนย่อมเก่งไม่เหมือนกัน หากทำได้ดีในด้านหนึ่ง คงยากที่จะทำได้ดีในด้านอื่นๆ ด้วย
แน่นอนว่าอัจฉริยะอย่างเฟิ่งจิ่ว ก็ได้เพียงขนานนามว่าอัจฉริยะเท่านั้น
เหตุใดต้องเรียกว่าอัจฉร