ะดักประเดิดของเขา เธอปั้นหน้าตึงทำสีหน้าจริงจัง พยายามอดกลั้นไม่ให้หลุดหัวเราะออกมา
“อะแฮ่ม!”
หัวหน้าเฉียนเองก็หัวใจเบิกบานวางความขุ่นเคืองลง และอารมณ์ก็ดีขึ้นมาเพราะคำพูดของเฟิ่งจิ่วอีกเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเห็นเฟิ่งจิ่วยัดยาใส่มือของเขา ก็กระแอมเบาๆ แล้วแสร้งทำหน้าลำบากใจ “เช่นนั้นก็ได้! ในเมื่อเจ้าอยากแสดงน้ำใจ ข้าก็จะรับไว้”
“หัวหน้าเฉียน ข้ามีเรื่องอยากถามสักหน่อย ศิษย์พี่เฉินคนเมื่อครู่มีฐานะอย่างไรบนยอดเขาซานหยางนี้หรือขอรับ?” ถึงเมื่อครู่จะเอาแต่คุยโวประจบประแจง แต่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับศิษย์พี่เฉินเลยจริงๆ
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หัวหน้าเฉียนมุมปากกระตุก เขาเหล่มองเฟิ่งจิ่ว ค่อนแคะว่า “พูดอย่างนี้ก็แสดงว่าเจ้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของเขา?” ประจบประแจงได้ลื่นไหลถึงเพียงนั้น เขายังนึกว่าเจ้าเด็กนี่รู้จักศิษย์พี่เฉินจริงๆเสียอีก!
“แหะๆ…” เธอยิ้มแห้งๆ เกาหัวด้วยความเคอะเขินเล็กน้อย “วันนี้ข้าเพิ่งเจอเขาเป็นครั้งแรก เห็นหัวหน้าเฉียนเรียกเขาว่าศิษย์พี่เฉินจึงเรียกตามเท่านั้น”
“แค่ก”
หัวหน้าเฉียนไอเสียงเบา หมุนมือเก็บยาไป แล้วจึงเอามือไพล่หลังเล่าว่า “ศิษย์พี่เฉินชื่อเต็มว่าเฉินเต้า เป็นญาติของผู้อาวุโสสูงสุดในสำนักเรา เดิมก็มีฐานะพิเศษในสำนักอยู่แล้ว เจ้าเข้าตาเขาได้ ก็ถือว่าเป็นบุญของเจ้าเช่นกัน”
พูดมาถึงตรงนี้ เสียงของเขาสะดุดไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “เขาเป็นคนมีนิสัยประหล