ินเข้าไปพร้อมกับเขา หลังจากถูกเขารั้งตัวพูดคุยอยู่หนึ่งชั่วยาม เธอถึงเอ่ยว่า “ข้าจะกลับไปพักผ่อนสักหน่อย คืนนี้ไว้ข้าค่อยไปดูอาการของเขาก็แล้วกัน”
“ได้ๆ เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนให้เต็มที่” ชายแก่กล่าว ครั้นเห็นเฟิ่งจิ่วเดินไปด้านหลังแล้ว จึงค่อยหยิบสมุดขึ้นมาจดสิ่งที่เฟิ่งจิ่วพูดลงไป
เมื่อกลับมาถึงห้อง เฟิ่งจิ่วก็ขึ้นเตียงหลับเต็มอิ่มไปหนึ่งตื่น จนกระทั่งพลบค่ำจึงค่อยตื่นนอน ให้คนเตรียมมื้อเย็นมาให้ หลังกินมื้อเย็นเสร็จ เห็นว่าท้องฟ้ายังไม่มืด จึงเดินเล่นอยู่รอบๆ ครู่หนึ่ง จากนั้นถึงเดินไปยังลานบ้านที่อยู่ด้านข้างหลังนั้น
ทันทีที่เข้าไปก็สัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เธอ เธอเดินเข้าไปข้างในโดยไม่สนใจ จนเห็นชายแก่ชุดเทากับหมอเฒ่าที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง
“หึๆๆ สหายน้อยเจ้ามาแล้ว!” หมอเฒ่ายิ้มพลางเดินเข้ามาหา “นายน้อยเป็นไข้เล็กน้อย แต่ข้าป้อนยาให้เขาตามที่เจ้าบอก ไข้ก็ลดแล้ว แม้แต่อาการบวมแดงรอบแผลก็ดีขึ้นบ้างแล้ว”
“อืม ข้าขอดูหน่อย” เธอพยักหน้า ก้าวเข้าไปตรวจชีพจร “อืม แก้พิษได้แล้ว ชีพจรก็มั่นคงแล้วเช่นกัน”
“ใช่! สหายน้อย ยาของเจ้าเป็นยาเทวดาจริงๆ ข้ายังไม่เคยเห็นยาที่ไหนมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมขนาดนี้เลย” หมอเฒ่ากล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย ถามว่า “สหายน้อย ไม่ทราบว่ายังมีอีกหรือไม่ ผู้เฒ่ายอมซื้อในราคาสูง”
“ของดีมักมีน้อย อีกอย่าง นายน้อยของพวกท่านก็ไม่ต้องใช้แล้ว เขาพ้นขีดอันตรายแล้