สีเขียวคือดอกบัวเขียวขนาดเท่ากำปั้นดอกหนึ่ง
ดอกบัวเขียวดอกนั้นพุ่งออกมาโจมตีหญิงชรา นางเห็นเช่นนั้นก็อุทานด้วยความตกใจกลัว “เม็ด เม็ดบัวเขียวโลกพิสุทธิ์? ไม่สิ นั่นมันเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิด!”
“ฟิ้ว!”
“อย่า อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามา! กรี๊ด…”
ท่ามกลางความตกตะลึง นางใช้สองมือรวบรวมพลังเลือดเพื่อพยายามปัดป้อง ทว่า เมื่อพลังเลือดที่นางรวบรวมขึ้นมาและวิญญาณผีที่อยู่รอบๆ สัมผัสโดนดอกบัวเขียวดอกนั้นก็สลายไปในอากาศทันที
ดอกบัวเขียวลอยเข้ามาหา พุ่งเข้ามาในร่างนางด้วยความเร็วที่ตั้งรับไม่ทัน นางทำได้เพียงกรีดร้อง กลิ่นอายทั่วตัวถูกกลืนกิน ถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์ จากนั้นร่างกายค่อยๆ เลือนหายไปทีละส่วน จนสลายหายไปกลางอากาศเหมือนเถ้าถ่าน ปลิวไปกับสายลม เหลือไว้เพียงเสียงร้องโหยหวนที่ตื่นตระหนกระคนเจ็บใจดังก้องอยู่ในยามค่ำคืน
“ทำไม…ทำไม…”
“เคร้ง!”
กระถางสำริดสีเทาหม่นใบเล็กหล่นลงมาจากร่างของหญิงชราที่สลายไป ก่อนจะถูกดอกบัวเขียวนำมาไว้ข้างกายเฟิ่งจิ่ว จากนั้นเห็นเพียงกลีบของดอกบัวเขียวร่วงลงมาหนึ่งกลีบ ครั้นกลีบบัวสีเขียวร่วงลงสู่พื้น ก็กลายเป็นดวงแสงสีเขียวเล็กๆ มากมาย ค่อยๆ ชำระล้างพื้นดินที่เต็มไปด้วยคาวเลือดผืนนี้…
จนกระทั่ง หลังจากที่เลือดบนพื้นและวิญญาณนับไม่ถ้วนเหล่านั้นหายไปแล้ว ดอกบัวเขียวจึงค่อยกลับเข้าไปในร่างของเฟิ่งจิ่ว แสงสีเขียวชั้นหนึ่งหลั่งไหลออกมาจากจุดตันเถียน กระจายไปทั่วตัวเธอ และ